Honeymoonish (2024) คู่ป่วนฮันนีมูน
5.0ภาพยนตร์เรื่อง Honeymoon Crasher (2025) ตัวป่วนฮันนีมูน แนวครอบครัวที่แสนอบอุ่นกำกับโดย Nicolas Cuche นำแสดงโดย จูเลียน ฟริซง รับบท ลูคัส, มิเชล ลาโรค รับบท ลิลี่, และ รอสซี เดอ ปาลมา รับบท กลอเรีย เนื้อเรื่องเกี่ยวกับลูคัสชายหนุ่มที่เพิ่งอกหักถูกทิ้งก่อนวันแต่งงานแทนที่จะยกเลิกทริปฮันนีมูน ลูคัสกลับตัดสินใจไปเที่ยวตามแผนเดิมแต่ดันมีแม่ของเขามาร่วมทริปด้วยแบบไม่ทันตั้งตัว จากทริปโรแมนติกกลายเป็นทริปสุดป่วนเต็มไปด้วยสถานการณ์วุ่นวายความไม่เข้ากันและเรื่องฮา ๆ ระหว่างแม่ลูก ในระหว่างการเดินทางลูคัสได้เรียนรู้ที่จะก้าวผ่านความรักที่พังลงและมองความสัมพันธ์ในครอบครัวในมุมใหม่
เรื่องเริ่มจากลูคัสชายหนุ่มที่ถูกแฟนทิ้งแบบไม่ทันตั้งตัวแถมยังเตรียมทุกอย่างไว้สำหรับชีวิตคู่ต้องกลายเป็นคนที่ไม่มีแผนอะไรเหลือเลย ลูคัสตัดสินใจไม่ยกเลิกทริปฮันนีมูนเพราะไม่อยากเสียเงินและอยากหนีจากบรรยากาศเดิม ๆ แต่เรื่องไม่ง่ายแบบนั้น เพราะแม่ของเขาดันรู้เรื่องและเข้ามามีบทบาททันที จากที่ตั้งใจจะไปพักใจเงียบ ๆ กลายเป็นต้องออกเดินทางกับแม่ที่ทั้งจู้จี้ ขี้เป็นห่วง และชอบจัดการทุกอย่างแทนลูก การเดินทางเริ่มต้นด้วยความอึดอัดทั้งคู่แทบจะคุยกันไม่รู้เรื่องเพราะต่างคนต่างมีมุมมองชีวิตคนละแบบ ลูคัสยังจมอยู่กับความรักที่พังลงส่วนแม่กลับพยายามทำให้ทุกอย่างดูเป็นเรื่องเล็ก ระหว่างทริป พวกเขาเจอเหตุการณ์วุ่นวายหลายอย่าง ตั้งแต่ปัญหาการจองที่พักผิดพลาด การเข้าใจผิดกับคนท้องถิ่น ไปจนถึงสถานการณ์ฮา ๆ ที่เกิดจากความไม่เข้ากันของแม่ลูกแต่ละเหตุการณ์บังคับให้ทั้งสองต้องช่วยกันแก้ปัญหา ยิ่งใช้เวลาร่วมกันมากขึ้นความสัมพันธ์ที่เคยห่างก็เริ่มเปลี่ยนไป ลูคัสเริ่มเห็นมุมของแม่ที่เขาไม่เคยสนใจมาก่อน ขณะที่แม่เองก็เริ่มปล่อยให้ลูกตัดสินใจเองมากขึ้น ในช่วงหนึ่งของการเดินทาง ลูคัสได้พบผู้คนใหม่ ๆ ที่ทำให้เขาค่อย ๆ เปิดใจจากคนที่ยังติดอยู่กับอดีตและเริ่มกลับมามองอนาคตของตัวเองอีกครั้ง การเดินทางจบลงโดยที่เขาไม่ได้กลับมาเป็นคนเดิมแต่เป็นคนที่โตขึ้น และพร้อมจะเริ่มต้นอีกครั้งในแบบของตัวเอง
เรื่องนี้พล็อตดูเหมือนจะวุ่นวายตั้งแต่ยังไม่เริ่มแค่ชื่อก็รู้แล้วว่าฮันนีมูนมันต้องไม่ปกติแน่ ๆ แต่สิ่งที่ทำให้เรื่องนี้ดูเพลิน ไม่ใช่แค่ความป่วนแบบคอมเมดี้ทั่วไป มันคือความสัมพันธ์ของตัวละครที่ค่อย ๆ เผยด้านจริงออกมาใต้ความวุ่นวายนั้น และเป็นหนังที่ดูแล้วสบายใจที่สุดในลิสต์นี้ เป็นคอมเมดี้ที่เน้นความสัมพันธ์แม่ลูกเป็นหลัก จุดขายคือความวุ่นวายที่เกิดขึ้นจากความต่างของวัยและมุมมอง ซึ่งทำออกมาได้เป็นธรรมชาติ มุกไม่ได้แรงมากแต่มาเรื่อย ๆ ดูเพลิน สิ่งที่ทำให้หนังไม่น่าเบื่อคือเคมีของตัวละคร ที่ถึงจะทะเลาะหรือไม่เข้าใจกันแต่ก็ยังมีความผูกพันอยู่ลึก ๆ แม้เนื้อเรื่องจะไม่ได้แปลกใหม่และเดาทางได้ไม่ยากแต่ความอบอุ่นและความเรียลของความสัมพันธ์ ทำให้มันเป็นหนังที่ดูแล้วรู้สึกดีแบบไม่ต้องคิดเยอะ สรุปคือหนังเรื่องนี้ไม่ได้ฮาจนท้องแข็งแต่เป็นความฮาแบบชีวิตจริงดูเพลินอบอุ่นและมีมุมให้คิดเกี่ยวกับความสัมพันธ์เหมาะกับคนที่ชอบหนังรักผสมกับคอมเมดี้แบบมีความเป็นมนุษย์สูง โดยรวมแล้วคะแนนรีวิวหนังเรื่องนี้ขอให้ที่ 7 / 10 คะแนน


6.7



