Monster Mash (2024)
5.9หนังแฟนตาซี แอ็กชัน สยองขวัญ มาจากประเทศอเมริกา เรื่อง Monster Mash (2024) เขียนบทและกำกับโดย โฮเซ เปรนเดส (Jose Prendes) นักแสดงนำประกอบด้วย ไมเคิล แมดเซน (Michael Madsen) รับบทด็อกเตอร์แฟรงเกนสไตน์, อีธาน แดเนียล คอร์เบตต์ (Ethan Daniel Corbett) รับบทแดร็กคูลา, เอ็มมา ไรนาเกล (Emma Reinagel) รับบทเอลิซาเบตา, เอริก เซลโซ แมนน์ (Erik Celso Mann) รับบทบอริส, อดัม สเลมอน (Adam Slemon) รับบทราเมสเซส, กาเบรียล แพรนเตอร์ (Gabriel Pranter) รับบทฮอว์ลีย์ กริฟฟิน พร้อมด้วยเอียน ฮัมเมลในบทมนุษย์หมาป่า เรื่องราวของด็อกเตอร์แฟรงเกนสไตน์กำลังป่วยหนักแต่ยังไม่ยอมทิ้งความฝันในการสร้างสิ่งมีชีวิตที่แข็งแกร่งที่สุด เขาจึงวางแผนจับเหล่าสัตว์ประหลาดชื่อดังเพื่อนำส่วนประกอบจากแต่ละตนมารวมเป็นร่างเดียว แผนการเริ่มขึ้นเมื่อบอริสลักพาตัวเอลิซาเบตาลูกสาวของแดร็กคูลาไปเป็นตัวประกัน ราชาแวมไพร์จึงต้องออกตามหาเธอพร้อมรวบรวมมัมมี่มนุษย์ล่องหน และมนุษย์หมาป่า ซึ่งต่างเคยได้รับผลกระทบจากการทดลองของนักวิทยาศาสตร์ผู้นี้ แม้สมาชิกในกลุ่มจะมีนิสัยแตกต่างกันและไม่ไว้ใจกันนัก แต่ทุกคนจำเป็นต้องร่วมมือบุกเข้าไปยังห้องทดลองก่อนสิ่งมีชีวิตตัวใหม่จะถือกำเนิด หากพวกเขาหยุดพิธีไม่ทันโลกอาจต้องเผชิญสัตว์ประหลาดที่ไม่มีใครสามารถควบคุมหรือเอาชนะได้
ด็อกเตอร์แฟรงเกนสไตน์นักวิทยาศาสตร์ผู้กำลังเผชิญอาการป่วยรุนแรง หมกมุ่นกับการเอาชนะความตายผ่านการสร้างสิ่งมีชีวิตสมบูรณ์แบบ เขาวางแผนรวบรวมพลังจากเหล่าสัตว์ประหลาดในตำนานเพื่อประกอบร่างใหม่ที่แข็งแกร่งเกินกว่ามนุษย์ทั่วไปจะรับมือได้ โดยมอบหมายให้บอริสผู้ช่วยผู้ซื่อสัตย์ออกตามล่าเป้าหมายพร้อมจัดเตรียมห้องทดลองสำหรับพิธีครั้งสำคัญ แผนเริ่มสร้างความโกลาหลเมื่อเอลิซาเบตาถูกลักพาตัวไปใช้เป็นเหยื่อล่อ ทำให้แดร็กคูลาออกติดตามลูกสาวพร้อมสืบหาจุดประสงค์ของศัตรู ระหว่างเส้นทางเขาได้พบราเมสเซสมัมมี่โบราณผู้สูญเสียพลังบางส่วนจากการทดลองรวมถึงฮอว์ลีย์ กริฟฟินมนุษย์ล่องหนที่ต้องการแก้แค้นนักวิทยาศาสตร์ผู้ทำลายชีวิตของตน ทั้งกลุ่มยังได้รับความช่วยเหลือจากมนุษย์หมาป่านักล่าผู้มีพละกำลังมหาศาลแต่ควบคุมสัญชาตญาณได้ยาก แม้สมาชิกแต่ละตนจะไม่ไว้ใจกันแต่ดูเหมือนว่าภัยคุกคามครั้งนี้บังคับให้พวกเขาต้องร่วมมือบุกผ่านกับดักกองกำลังทดลองตลอดจนสิ่งมีชีวิตผิดธรรมชาติภายในปราสาท เมื่อพิธีสร้างอสูรตัวใหม่ใกล้เสร็จสมบูรณ์ทุกฝ่ายต้องเลือกระหว่างการเอาตัวรอดกับการเสียสละเพื่อหยุดแผนก่อนพลังของเหล่าสัตว์ประหลาดจะถูกหลอมรวมเป็นภัยร้ายที่ไม่มีใครควบคุมได้
หลังจากดูจบถือว่าเป็นหนังสัตว์ประหลาดที่นำตัวละครคลาสสิกหลายตนมารวมทีมกัน โดยตั้งต้นจากแผนสร้างอสูรร่างใหม่ของนักวิทยาศาสตร์ผู้ต้องการเอาชนะความตาย แนวคิดฟังดูสนุกและเปิดพื้นที่ให้เกิดฉากปะทะได้มาก แต่พล็อตกลับเดินตามสูตรหนังรวมทีมแบบตรงไปตรงมา จุดประสงค์ของฝ่ายร้ายชัดเจนแต่การพัฒนาความสัมพันธ์ระหว่างสมาชิกยังตื้น หลายตัวละครเข้ามาเพื่อโชว์พลังหรือส่งมุกมากกว่าจะมีบทบาทสำคัญต่อเนื้อหา การเรียบเรียงบทช่วงต้นให้ข้อมูลค่อนข้างรวดเร็วก่อนพากลุ่มตัวละครเดินทางสู่ห้องทดลอง ช่วงกลางมีบทสนทนาซ้ำเกี่ยวกับความไม่ไว้วางใจทำให้จังหวะเรื่องแผ่วลง ส่วนช่วงท้ายเร่งเข้าสู่การต่อสู้แบบทันทีความขัดแย้งบางจุดจึงจบง่ายเกินคาด หนังพยายามผสมความสยอง แอ็กชันรวมถึงอารมณ์ขัน แต่โทนยังไม่กลมกลืน บางฉากตั้งใจจริงจังขณะที่ฉากต่อมากลับดูขำแบบหนังเกรดบี ด้านการแสดงไมเคิล แมดเซนช่วยเพิ่มน้ำหนักให้ตัวร้ายด้วยบุคลิกสุขุมเย็นชา นักแสดงคนอื่นเล่นใหญ่ให้เข้ากับบรรยากาศแฟนตาซีแม้บางบทพูดจะแข็งจนแสดงได้ไม่ลื่นนัก งานภาพใช้แสงมืด ฉากปราสาท ห้องทดลองและเครื่องแต่งกายสร้างอารมณ์หนังสยองขวัญยุคเก่าได้พอใช้ แต่เอฟเฟกต์กับฉากต่อสู้ยังเห็นข้อจำกัดด้านงบประมาณ โดยรวมผมให้ 5.9 คะแนน เพราะมีไอเดียตั้งต้นน่าสนุก ดูเพลินแบบไม่คิดมากแต่บทการตัดต่อรวมถึงงานสร้างยังขาดความประณีต


6.7



