Hellhounds (2024)
6.6ภาพยนต์เรื่อง Hellhounds (2024) เป็นภาพยนตร์แนวแอ็กชันอาชญากรรมและระทึกขวัญจากประเทศไทยและสหรัฐอเมริกาโดยมีฉากหลังอยู่ในกรุงเทพมหานคร กำกับโดย โจชัว ดิกสัน นักแสดงหลักคือ หลุยส์ แมนดิลอร์ รับบท โลเรโน, แวน ควอตโตร รับบท พอล, วินัย เวียงยางกูร รับบท สมศักดิ์, ปัญญา ยิ้มมัมไพ รับบท ต้า, และ วิทยา ปานศรีงาม ร่วมแสดง บอกเล่าเรื่องราวของโลเรโนนักฆ่ามืออาชีพที่ตั้งใจจะวางมือจากวงการหลังทำงานสกปรกมานาน เขาตอบรับภารกิจสุดท้ายที่ดูเหมือนง่าย แต่กลับกลายเป็นแผนซ้อนแผนที่พาเขาเข้าไปพัวพันกับกลุ่มอาชญากรผู้มีอิทธิพลและการหักหลังจากคนใกล้ตัว ยิ่งสืบลึกเท่าไรเขาก็ยิ่งตกอยู่ในสถานการณ์ที่อันตรายเกินกว่าจะถอยกลับ
เรื่องราวของโลเรโนอดีตนักฆ่ามือหนึ่งขององค์กรอาชญากรรมระดับนานาชาติ ตัดสินใจเดินทางมายังกรุงเทพฯ เพื่อรับภารกิจสุดท้ายก่อนจะวางมือจากวงการ เขาได้รับการว่าจ้างให้กำจัดเป้าหมายสำคัญซึ่งเกี่ยวข้องกับเครือข่ายอาชญากรรมขนาดใหญ่ แต่ไม่นานหลังเริ่มปฏิบัติภารกิจ โลเรโนกลับพบว่าตัวเองกำลังถูกใช้เป็นเพียงหมากในแผนการหักหลังของผู้ว่าจ้าง เมื่อแผนแตกเขาต้องหลบหนีการไล่ล่าจากกลุ่มนักฆ่าหลายฝ่าย รวมถึงพอลนักฆ่าฝีมือฉกาจที่ได้รับคำสั่งให้ตามเก็บเขา ระหว่างหลบหนีโลเรโนได้รับความช่วยเหลือจากสมศักดิ์ ชายผู้มีอดีตเชื่อมโยงกับโลกใต้ดินและต้าผู้รู้เส้นทางและเครือข่ายอาชญากรรมในกรุงเทพฯ ทั้งสามร่วมมือกันสืบหาผู้อยู่เบื้องหลังแผนทั้งหมด พร้อมเปิดโปงขบวนการค้าอาวุธและการลอบสังหารที่มีผู้มีอิทธิพลอยู่เบื้องหลังการเผชิญหน้าครั้งสุดท้ายเต็มไปด้วยฉากยิงปืนการต่อสู้ประชิดตัวและการไล่ล่าผ่านถนนในกรุงเทพฯ โลเรโนต้องตัดสินใจเลือกระหว่างการหลบหนีเพื่อรักษาชีวิต หรือกลับไปเผชิญหน้ากับศัตรูเพื่อยุติวงจรความรุนแรง เขาเลือกสู้จนสามารถโค่นผู้บงการได้สำเร็จ แม้ต้องแลกกับการสูญเสียพันธมิตรหลายคน สุดท้ายโลเรโนทิ้งอดีตของตัวเองไว้เบื้องหลัง เดินจากไปอย่างเงียบ ๆ พร้อมความหวังว่าจะไม่ต้องกลับเข้าสู่โลกของนักฆ่าอีกต่อไป แม้จะรู้ดีว่าอดีตอาจตามมาหลอกหลอนเขาได้ทุกเมื่อก็ตาม
เรื่องนี้เป็นหนังแอ็กชันที่ดูง่ายและเดินเรื่องค่อนข้างเร็วเปิดเรื่องมาก็พาคนดูเข้าสู่โลกของนักฆ่ามืออาชีพทันที แม้พล็อตจะเป็นแนวหักหลังในวงการอาชญากรรมที่หลายคนคุ้นเคย แต่หนังก็ยังมีจังหวะการเล่าเรื่องที่ทำให้ดูต่อได้เรื่อย ๆ โดยเฉพาะฉากต่อสู้ที่จัดมาแบบไม่กั๊ก ทั้งยิงปืนไล่ล่าและบู๊ประชิดตัวมีให้เห็นตลอดทั้งเรื่อง จุดเด่นของหนังคือฉากแอ็กชันที่ทำออกมาได้ดุดันและสมจริงการใช้สถานที่ในกรุงเทพฯ ช่วยให้บรรยากาศแตกต่างจากหนังแอ็กชันฮอลลีวูดทั่วไป มีทั้งตรอกซอกซอยถนนและสถานที่ต่าง ๆ ที่คุ้นตา ทำให้หนังมีเสน่ห์ไปอีกแบบ ด้าน CG ไม่ได้มีเยอะเพราะเน้นการแสดงและสตันต์จริงมากกว่า ซึ่งถือว่าเป็นข้อดีเพราะฉากต่อสู้ดูหนักแน่นและจับต้องได้ หลุยส์แมนดิลอร์ถ่ายทอดบทโลเรโนได้ดีมีความนิ่งแต่แฝงความกดดันตลอดเวลา ส่วนนักแสดงชาวไทยอย่างวิทยา ปานศรีงาม และวินัย เวียงยางกูร ก็ช่วยเสริมให้หนังดูมีน้ำหนักมากขึ้น แม้บทจะไม่ได้ซับซ้อน แต่ทุกคนทำหน้าที่ของตัวเองได้ดี หลังดูจบอาจไม่ได้รู้สึกว่าเป็นหนังแอ็กชันที่แปลกใหม่มาก แต่ก็เป็นหนังที่ดูสนุก ถ้าใครชอบแนวมือสังหารไล่ล่าและหักเหลี่ยมกันไปมา เรื่องนี้ถือว่าดูเพลิน ใช้เวลาประมาณชั่วโมงครึ่งแบบไม่รู้สึกเบื่อมีจังหวะมัน ๆ ให้ลุ้นอยู่เรื่อย ๆ และเหมาะสำหรับคนที่อยากหาหนังแอ็กชันดูแบบไม่ต้องคิดเยอะ แต่ยังได้ฉากบู๊ที่จัดเต็มและถึงใจครับ โดยรวมแล้วคะแนนรีวิวหนังเรื่องนี้ขอให้ที่ 6.6 / 10 คะแนน


6.7



