Shimmy The First Monkey King (2023) ชิมมี่ เจ้าจ๋อพลังเทพ
6.2Shimmy The First Monkey King (2023) ชิมมี่ เจ้าจ๋อพลังเทพ เป็นภาพยนตร์แอนิเมชันแนวผจญภัย แฟนตาซี และครอบครัว กำกับโดย Dick Zondag, และ Ralph Zondag ดัดแปลงแรงบันดาลใจจากวรรณกรรมคลาสสิกไซอิ๋วในรูปแบบใหม่ ถ่ายทอดเรื่องราวของลิงน้อยผู้ค้นพบพลังวิเศษที่ซ่อนอยู่ภายในตัวเอง โดยมี David Semery ให้เสียงพากย์เป็นตัวละครสำคัญอย่าง Subhuti ผู้คอยชี้แนะและเป็นอาจารย์ของชิมมี่ แม้จะเป็นภาพยนตร์แอนิเมชันสำหรับทุกวัย แต่ก็สอดแทรกทั้งแง่คิดเกี่ยวกับความกล้าหาญ การเติบโต และการใช้พลังอย่างรับผิดชอบ ผ่านการผจญภัยที่เต็มไปด้วยอุปสรรคและศัตรูจากโลกปีศาจ
เรื่องราวมันเริ่มจากชิมมี่ลิงหนุ่มสุดแสนซุกซนที่มีพรสวรรค์รวมถึงพลังวิเศษติดตัวมาตั้งแต่เกิด ชิมมี่กลับยังไม่รู้วิธีการควบคุมพลังเหล่านั้นให้มีประสิทธิภาพ วันหนึ่งโลกแห่งสัตว์ป่าต้องเผชิญหน้ากับภัยคุกคามครั้งใหญ่หลวง ยามที่จอมมารผู้ชั่วร้ายตื่นขึ้นจากการหลับใหล หวังจะใช้พลังมืดเข้าครอบงำศิลาศักดิ์สิทธิ์เพื่อยึดครองดินแดนทั้งหมด ชิมมี่จึงต้องออกเดินทางไกลร่วมกับผองเพื่อนสัตว์ป่าเพื่อฝึกฝนวิชา ความตึงเครียดบานปลายหนักขึ้นเมื่อกองทัพปีศาจของจอมมารเริ่มออกไล่ล่าชิมมี่อย่างกระชั้นชิด คอยทำลายหมู่บ้านรอบข้างเพื่อกดดันให้ส่งตัวชิมมี่มา ชิมมี่ต้องเผชิญหน้ากับบททดสอบสุดโหดหินจากปรมาจารย์ผู้เฒ่า เรียนรู้ความหมายของความกล้าหาญรวมถึงความสามัคคี ท่ามกลางเวลาที่งวดเข้ามาทุกที ชิมมี่ต้องเร่งปลุกพลังเทพในตัวออกมาให้ทันท่วงทีก่อนที่ศิลาศักดิ์สิทธิ์จะถูกทำลายจนหมดสิ้น เมื่อดินแดนแห่งความสงบสุขกำลังจะกลายเป็นสมรภูมิรบครั้งสุดท้าย การเดินทางตามหาความหมายของพลังวิเศษดึงเอาความกล้าของเจ้าลิงจ๋อออกมาเผชิญหน้ากับชะตากรรม คาถาอาคมกับความสามัคคีของผองเพื่อนสัตว์ป่าจะสามารถต้านทานกองทัพจอมมารได้หรือไม่ ชวนให้น่าติดตามเหลือเกินว่าชิมมี่จะปลดล็อคพลังร่างเทพมาช่วยทุกคนทันเวลาก่อนโลกจะล่มสลายได้ยังไง มาร่วมลุ้นต่อในแอนิเมชันฉบับเต็ม
ทีมพากย์ชิมมี่ในบทลิงน้อยพลังเทพ ถ่ายทอดความทะเล้น ความซุกซน อินเนอร์ความมุ่งมั่นยามต้องปกป้องเพื่อนพ้องออกมาได้อย่างมีชีวิตชีวาน่าเอ็นดู ส่วนทีมพากย์จอมมารส่งพลังความเหี้ยมเกลียด ความดุดัน แววตาน่ากลัวผ่านน้ำเสียงยามข่มขู่ขวัญออกมาได้อย่างสมจริง ฉากปะทะฝีมือรวมถึงฉากปล่อยพลังต่อสู้ท้ายเรื่องทำออกมาได้ตื่นเต้น ทีมนักแสดงกลุ่มนี้รับส่งอารมณ์ความสนุกสนานฟีลกู๊ดแฝงข้อคิดการเติบโตออกมาได้อย่างน่าติดตาม งานภาพกับมุมกล้องของเรื่องนี้ทำออกมาได้สวยงามตระการตา มีการใช้มุมกล้องระยะกว้างโชว์ความยิ่งใหญ่ของหุบเขาศักดิ์สิทธิ์ สลับกับมุมกล้องระยะแคบเคลื่อนไหวฉับไวในฉากต่อสู้เพื่อขับเน้นความทะมัดทะแมงคล่องแคล่วของตัวละคร โทนสีของภาพเน้นความสดใสฉูดฉาด โทนสีเขียวขจี สีฟ้าคราม แสงสะท้อนจากพลังเวทมนตร์สว่างไสวที่ช่วยขับเน้นมู้ดแอนด์โทนความสนุกสนานผจญภัยออกมาได้ชัดเจน เอฟเฟกต์แสงสีซีจีฉากปล่อยพลังทำได้เนียนตาสมราคาแอนิเมชันยุคใหม่ ซาวด์ดนตรีประกอบแนวออเคสตราจังหวะคึกคักใส่มาถูกจังหวะชวนลุ้นชวนตื่นเต้นตลอดเรื่อง ภาพยนตร์เรื่องนี้เป็นงานแนวแอนิเมชันแฟนตาซีผจญภัย พล็อตเรื่องเดินไปข้างหน้าอย่างราบรื่นรวดเร็ว บรรยากาศหนังมีความผ่อนคลายชวนหัวเราะ สร้างความอิ่มเอมใจต่อมิตรภาพของเพื่อนพ้องได้ดี เหมาะสำหรับคนที่ชอบเสพงานสายการ์ตูนคลายเครียด มู้ดแอนด์โทนฟีลกู๊ดดูสนุกได้ทั้งครอบครัว ถ้าเน้นดูงานภาพกราฟิกสีสันสดใส การต่อสู้เหนือจินตนาการ เนื้อเรื่องที่ชวนให้ติดตามเอาใจช่วย บอกเลยว่าเรื่องนี้เสิร์ฟความสนุกให้ได้อย่างแน่นอน เราขอให้คะแนน 5.1/10


4.2


