Don’t Die: The Man Who Wants to Live Forever (2025) ชายผู้อยากเป็นอมตะ
6.7Don’t Die: The Man Who Wants to Live Forever (2025) ชายผู้อยากเป็นอมตะ เป็นสารคดีชีวประวัติจาก Netflix ที่กำกับโดยคริส สมิธถ่ายทอดเรื่องราวของไบรอัน จอห์นสันมหาเศรษฐีสายเทคโนโลยีที่ตั้งเป้าจะชะลอความแก่ด้วยโครงการ Blueprint ซึ่งกลายเป็นแนวทางการใช้ชีวิตที่เข้มงวดแบบสุดขั้ว หนังไม่ได้พาไปดูแค่การทดลองทางวิทยาศาสตร์หรือเทคโนโลยีล้ำสมัย แต่ยังพาไปสำรวจความคิด ความเชื่อ และเหตุผลที่ทำให้ไบรอัน จอห์นสันยอมทุ่มทั้งเวลาและทรัพย์สินจำนวนมหาศาล เพื่อไล่ตามความฝันที่หลายคนมองว่าแทบเป็นไปไม่ได้นี้คือสารคดีที่ชวนตั้งคำถามกับชีวิตได้ตั้งแต่ต้นจนจบ
หนังเริ่มจากการพาผู้ชมเข้าไปดูชีวิตประจำวันของไบรอัน จอห์นสันที่แทบทุกนาทีถูกกำหนดเอาไว้ล่วงหน้า ตั้งแต่เวลานอนการออกกำลังกายการกินอาหารการตรวจเลือดและการติดตามค่าต่าง ๆ ของร่างกายแบบละเอียด ทุกอย่างอยู่ภายใต้โครงการ Blueprint ที่สร้างขึ้นจากทีมแพทย์และนักวิจัยจำนวนมาก เป้าหมายคือทำให้ร่างกายย้อนวัยและลดอัตราการเสื่อมของอวัยวะ ไปดูการทดลองหลายอย่างไม่ว่าจะเป็นการควบคุมอาหารอย่างเข้มงวดการใช้เทคโนโลยีตรวจสุขภาพขั้นสูง การทดลองรักษารูปแบบใหม่ รวมถึงการรับพลาสมาจากคนอายุน้อยที่กลายเป็นประเด็นถกเถียงไปทั่วโลกระหว่างทางสารคดีไม่ได้เล่าแค่ผลลัพธ์ของการทดลอง แต่ยังย้อนกลับไปสำรวจชีวิตของไบรอัน จอห์นสันตั้งแต่วัยเด็กช่วงเวลาที่ประสบความสำเร็จทางธุรกิจ การตัดสินใจออกจากศาสนาที่เคยนับถือ รวมถึงความสัมพันธ์กับครอบครัวที่เปลี่ยนไป หนังยังเปิดพื้นที่ให้แพทย์ นักวิทยาศาสตร์ และผู้เชี่ยวชาญออกมาอธิบายทั้งข้อดีและข้อจำกัดของแนวคิดนี้ ทำให้ผู้ชมเห็นทั้งมุมที่น่าสนใจและมุมที่น่ากังวล ยิ่งดูไปก็ยิ่งรู้สึกว่าสิ่งที่ไบรอัน จอห์นสันกำลังตามหาอาจไม่ใช่แค่การมีชีวิตยืนยาวแต่คือความหวังที่จะเอาชนะความกลัว ความสูญเสีย และเวลาที่เดินหน้าไม่เคยหยุด สารคดีจบลงโดยไม่ได้ฟันธงว่าวิธีของไบรอัน จอห์นสันถูกหรือผิด แต่ปล่อยให้ผู้ชมกลับไปคิดต่อว่าชีวิตที่ยืนยาวขึ้นจะมีความหมายแค่ไหน หากต้องแลกกับหลายสิ่งที่เคยเป็นความสุขของการใช้ชีวิต
และนี้ถือเป็นสารคดีที่ดูเพลินกว่าที่คิดเพราะเล่าเรื่องวิทยาศาสตร์ให้เข้าใจง่ายและสอดแทรกเรื่องราวชีวิตจริงของไบรอัน จอห์นสัน ได้ลงตัว การกำกับของคริส สมิธเลือกจังหวะการเล่าแบบเรียบ ๆ ไม่เร่งรีบ แต่ค่อย ๆ เปิดข้อมูลให้ผู้ชมตั้งคำถามด้วยตัวเอง งานภาพดูสะอาด ทันสมัย และมีการใช้กราฟิกช่วยอธิบายข้อมูลทางการแพทย์ได้ดี จุดเด่นที่สุดคือหนังไม่ยกย่องหรือโจมตีไบรอัน จอห์นสันแต่เปิดให้เห็นทั้งความมุ่งมั่นความหมกมุ่นและด้านที่เปราะบางของชีวิตคนคนหนึ่ง ถ้าใครชอบสารคดีแนวชีวประวัติที่มีประเด็นเรื่องวิทยาศาสตร์ สุขภาพ จริยธรรม และจิตวิทยา เรื่องนี้ถือว่าดูน่าสนใจมากแม้บางช่วงจะเนิบไปนิดแต่ภาพรวมยังชวนติดตามและมีหลายประเด็นที่ชวนคิดต่อหลังดูจบ ให้คะแนน 6.7/10


9.5



