Babygirl (2024) เบบี้เกิร์ล
6.6Babygirl (2024) เบบี้เกิร์ล เป็นหนังดราม่าระทึกขวัญที่กำกับและเขียนบทโดยฮาลินา เรย์น นำแสดงโดยนิโคล คิดแมน รับบทโรมี, แฮร์ริส ดิกคินสัน รับบทซามูแอล, และอันโตนิโอ บันเดรัส รับบทเจคอบ หนังเล่าเรื่องของผู้บริหารหญิงที่ประสบความสำเร็จทั้งหน้าที่การงานและครอบครัว แต่ชีวิตที่ดูสมบูรณ์แบบกลับเริ่มสั่นคลอน เมื่อโรมีเข้าไปพัวพันกับซามูแอลเด็กฝึกงานหนุ่มที่มีเสน่ห์และกล้าท้าทายทุกขอบเขต ความสัมพันธ์ที่เริ่มจากความอยากรู้ค่อย ๆ เปลี่ยนเป็นเกมอารมณ์ที่ทำให้ทั้งคู่เดินลึกเกินกว่าจะถอยกลับได้ง่าย
เรื่องราวเริ่มจากโรมีผู้บริหารหญิงที่ทุกคนมองว่าประสบความสำเร็จ มีสามีอย่างเจคอบและครอบครัวที่อบอุ่น แต่ลึก ๆ แล้วโรมีกลับรู้สึกว่าชีวิตขาดบางอย่าง จนกระทั่งซามูแอลเด็กฝึกงานคนใหม่ก้าวเข้ามาในบริษัทด้วยความมั่นใจและสายตาที่แตกต่างจากคนอื่น ความใกล้ชิดระหว่างทั้งสองเริ่มมากขึ้นจากการทำงาน ก่อนจะกลายเป็นความสัมพันธ์ลับที่เต็มไปด้วยแรงดึงดูดและการทดลองข้ามเส้นที่ไม่ควรข้าม ยิ่งเวลาผ่านไปโรมียิ่งปล่อยให้ความรู้สึกนำทางจนเริ่มละเลยชีวิตครอบครัวและหน้าที่การงาน ขณะที่ซามูแอลเริ่มมีอิทธิพลต่อการตัดสินใจหลายอย่างความลับที่ปิดไว้ทำให้เจคอบเริ่มสังเกตเห็นความผิดปกติ และความตึงเครียดในบ้านก็ค่อย ๆ เพิ่มขึ้นเมื่อความสัมพันธ์เดินมาถึงจุดที่ควบคุมไม่ได้ โรมีต้องเลือกระหว่างการรักษาสิ่งที่สร้างมาทั้งชีวิตหรือปล่อยตัวเองให้จมอยู่กับความรู้สึกที่ไม่อาจอธิบายได้ สุดท้ายหนังไม่ได้ตัดสินว่าฝ่ายไหนถูกหรือผิด แต่เลือกให้โรมีเผชิญหน้ากับผลของการตัดสินใจ พร้อมตั้งคำถามถึงความต้องการความรักและอิสระในชีวิตที่หลายคนอาจไม่เคยกล้ายอมรับกับตัวเอง
และนี้ไม่ใช่หนังที่ขายฉากหวือหวาเพียงอย่างเดียวแต่เน้นการสำรวจความรู้สึกของคนที่กำลังสับสนกับชีวิตและความสัมพันธ์ งานกำกับของฮาลินา เรย์นถ่ายทอดบรรยากาศกดดันได้ดีใช้มุมกล้องและดนตรีช่วยสร้างอารมณ์โดยไม่ต้องเร่งจังหวะมากนัก จุดที่โดดเด่นที่สุดคือการแสดงของนิโคล คิดแมน ที่ถ่ายทอดความเปราะบาง ความลังเล และความขัดแย้งในใจของโรมีได้อย่างน่าเชื่อถือ ส่วนแฮร์ริส ดิกคินสันก็ทำให้ซามูแอลเป็นตัวละครที่ทั้งน่าค้นหาและชวนอึดอัดในเวลาเดียวกัน ขณะที่ อันโตนิโอ บันเดรัส แม้บทจะไม่มากแต่ก็สร้างน้ำหนักให้เรื่องได้ดีหนังอาจเดินเรื่องช้าในบางช่วง และพล็อตไม่ได้แปลกใหม่มากนักแต่การเล่าเรื่องที่เน้นอารมณ์และการแสดงทำให้ดูจนจบได้แบบไม่เบื่อ ถ้าใครชอบหนังดราม่าที่พูดถึงด้านซับซ้อนของความสัมพันธ์เรื่องนี้ถือว่าดูน่าสนใจ เราให้คะแนน 6.6/10


7.4


