Carry-On (2024) สัมภาระอันตราย
5.9Carry-On (2024) สัมภาระอันตราย เป็นหนังระทึกขวัญ ที่กำกับโดยเจาเม โกเยต-เซร์ร่า นำแสดงโดย ทารอน เอเกอร์ตัน รับบทอีธาน โคเพก, เจสัน เบทแมน รับบทนักเดินทางปริศนา, และโซเฟีย คาร์สัน รับบทนอรา หนังพาคนดูไปอยู่ในสนามบินช่วงเทศกาลคริสต์มาส วันที่ผู้คนเดินทางกันมากที่สุด แต่ความวุ่นวายกลับกลายเป็นโอกาสของแผนก่อเหตุสุดอันตราย เมื่ออีธาน เจ้าหน้าที่ตรวจสัมภาระธรรมดา ๆ ต้องรับมือกับการข่มขู่ที่อาจทำให้ผู้โดยสารทั้งเที่ยวบินตกอยู่ในอันตราย เป็นหนังที่เดินเรื่องเร็ว กดดัน และทำให้ลุ้นแทบทุกนาที
อีธาน โคเพกเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยประจำสนามบินที่กำลังรู้สึกหมดไฟกับงาน ชีวิตส่วนตัวก็กำลังจะเปลี่ยนไปเพราะนอราแฟนสาวกำลังตั้งครรภ์ในวันที่สนามบินแน่นไปด้วยผู้โดยสาร อีธานได้รับหูฟังปริศนาที่เชื่อมต่อกับนักเดินทางปริศนาชายลึกลับที่สั่งให้อีธานปล่อยกระเป๋าใบหนึ่งผ่านจุดตรวจโดยห้ามเปิดดูหากขัดคำสั่งคนร้ายจะทำร้ายนอราทันที อีธานจึงต้องแสร้งทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น พร้อมพยายามหาทางแจ้งตำรวจแบบไม่ให้คนร้ายรู้ตัว ระหว่างนั้นอีธานค่อย ๆ สืบจนพบว่ากระเป๋าใบนั้นซ่อนอาวุธชีวภาพที่อาจสร้างโศกนาฏกรรมครั้งใหญ่คนร้ายยังคอยจับตาทุกการเคลื่อนไหวผ่านกล้องวงจรปิดและมีคนของตัวเองแฝงอยู่ในสนามบิน ทำให้อีธานแทบไม่มีโอกาสขอความช่วยเหลือ ทุกการตัดสินใจเต็มไปด้วยความเสี่ยงเมื่อแผนเริ่มผิดพลาดคนร้ายลงมือกำจัดผู้ที่ขวางทางและเร่งให้กระเป๋าขึ้นเครื่องโดยเร็ว อีธานต้องแข่งกับเวลาไล่ตามเบาะแสและใช้ไหวพริบหยุดเหตุร้ายก่อนเครื่องบินออกจากสนามบิน ช่วงท้ายหนังพาไปสู่การเผชิญหน้าระหว่างอีธานกับนักเดินทางปริศนาแบบตัวต่อตัว ก่อนที่อีธานจะสามารถหยุดแผนทั้งหมดได้สำเร็จ ช่วยชีวิตผู้โดยสารจำนวนมากและกลับไปหานอราได้อย่างปลอดภัย แม้จะต้องผ่านคืนที่เลวร้ายที่สุดในชีวิตก็ตาม
ถือเป็นหนังระทึกขวัญที่ใช้พล็อตไม่ซับซ้อนแต่เล่าออกมาได้สนุกและชวนลุ้นมาก ทารอน เอเกอร์ตันถ่ายทอดบทอีธาน โคเพก ได้ดีทำให้รู้สึกเชื่อว่าคนธรรมดาก็สามารถกลายเป็นคนสำคัญในสถานการณ์คับขันได้ ส่วนเจสัน เบทแมน พลิกภาพจำมารับบทวายร้ายที่นิ่งสุขุมและน่ากลัวโดยไม่ต้องใช้อารมณ์มาก ขณะที่โซเฟีย คาร์สัน แม้จะมีเวลาออกจอไม่เยอะแต่ก็ช่วยเติมแรงผลักดันให้การตัดสินใจของอีธานมีน้ำหนักมากขึ้น หนังแทบไม่มีช่วงน่าเบื่อ เพราะสร้างแรงกดดันได้ต่อเนื่อง ตั้งแต่จุดตรวจสัมภาระไปจนถึงฉากไล่ล่าในสนามบิน แม้เนื้อเรื่องบางจุดจะดูเกินจริงอยู่บ้างแต่ถ้ามองในฐานะหนังบันเทิงก็ถือว่าทำหน้าที่ได้ครบทั้งความลุ้นความตื่นเต้น และจังหวะที่ทำให้คนดูนั่งไม่ติดเก้าอี้ถึงจะไม่มีฉากแอ็กชันขนาดใหญ่ตลอดทั้งเรื่อง แต่ทุกฉากสำคัญก็ออกแบบมาได้เร้าใจและมีจังหวะที่ดี ฉันให้คะแนน 5.9/10 เป็นหนังที่ดูสนุกดูเพลินเหมาะกับคนที่ชอบหนังไล่ล่าแข่งกับเวลาในพื้นที่ปิดแบบสนามบิน


7.4


