Maria (2024) มาเรีย
6.7Maria (2024) มาเรีย เป็นหนังชีวประวัติดราม่าเชิงจิตวิทยา กำกับโดยปาโบล ลาร์เรนและนำแสดงโดยแองเจลินา โจลี รับบทมาเรีย คัลลาส นักร้องโอเปร่าระดับตำนาน ร่วมด้วยปิแอร์ฟรานเชสโก ฟาวีโน รับบทเฟอร์รุชโช, อัลบา โรห์วาเคอร์ รับบทบรูนา, และฮาลุก บิลจิเนอร์ รับบทอริสโตเติล โอนาสซิส หนังเล่าเรื่องช่วงสัปดาห์สุดท้ายของชีวิตมาเรียในกรุงปารีส ปี 1977 ผ่านความทรงจำความโดดเดี่ยวและการหวนกลับไปมองชีวิตที่เต็มไปด้วยทั้งเสียงปรบมือและบาดแผลเป็นหนังที่ไม่ได้เล่าแบบเส้นตรงแต่ค่อย ๆ เปิดเผยตัวตนของมาเรียผ่านอดีตและภาพหลอนที่เกิดขึ้นในใจ
เรื่องราวเริ่มต้นเมื่อมาเรีย คัลลาสใช้ชีวิตอย่างเงียบเหงาอยู่ในอพาร์ตเมนต์ที่กรุงปารีส โดยมีเฟอร์รุชโชพ่อบ้านผู้ซื่อสัตย์และบรูนาแม่บ้านที่คอยดูแลอยู่ไม่ห่าง แม้สุขภาพของมาเรียจะทรุดลงเรื่อย ๆ แต่ยังฝันอยากกลับไปร้องโอเปร่าอีกครั้ง มาเรียใช้ยาชื่อแมนดรักซ์เกินขนาดจนเริ่มเห็นภาพหลอน และเชื่อว่ากำลังให้สัมภาษณ์กับผู้กำกับสารคดีหนุ่มชื่อแมนดรักซ์ทั้งที่ความจริงไม่มีใครอยู่ตรงนั้น ภาพหลอนเหล่านี้พามาเรียย้อนกลับไปยังช่วงเวลาสำคัญในชีวิต ทั้งวัยเด็กที่ถูกแม่บังคับให้ร้องเพลงต่อหน้าทหารในช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง ความรักอันร้อนแรงกับอริสโตเติล โอนาสซิสที่เริ่มต้นอย่างงดงามแต่จบลงด้วยความเจ็บปวด รวมถึงการสูญเสียชื่อเสียงและเสียงร้องที่เคยเป็นสิ่งสำคัญที่สุดในชีวิตมาเรียพยายามกลับมาซ้อมร้องเพลงกับวาทยกรเจฟฟรีย์ เทตแต่กลับพบว่าเสียงของตัวเองไม่เหมือนเดิมอีกแล้ว ความจริงข้อนี้ทำให้มาเรียยิ่งจมอยู่กับความเศร้าหลังจากยอมเข้าพบแพทย์ มาเรียได้รับคำยืนยันว่าอาการป่วยรุนแรงจนแทบไม่มีโอกาสกลับไปแสดงได้เหมือนเดิม ในเช้าวันสุดท้ายมาเรียเลือกเปิดหน้าต่างอพาร์ตเมนต์และร้องบทเพลง Vissi d'arte เป็นครั้งสุดท้ายด้วยหัวใจที่สงบก่อนล้มลงเสียชีวิตท่ามกลางเฟอร์รุชโชบรูนาและผู้คนที่หยุดฟังเสียงร้องครั้งสุดท้ายของนักร้องผู้ยิ่งใหญ่
หนังที่ไม่ได้เน้นเหตุการณ์ใหญ่หรือดราม่าหนักแบบทั่วไป แต่ใช้ความเงียบ ความทรงจำ และอารมณ์ของตัวละครเป็นหัวใจสำคัญแองเจลินา โจลี ถ่ายทอดบทมาเรีย คัลลาสได้อย่างน่าประทับใจ ทั้งสายตาน้ำเสียงและภาษากาย ทำให้สัมผัสได้ถึงความโดดเดี่ยวของคนที่เคยอยู่บนจุดสูงสุดของชีวิต การแสดงของปิแอร์ฟรานเชสโก ฟาวีโน และอัลบา โรห์วาเคอร์ ก็ช่วยเติมความอบอุ่นให้เรื่องราวผ่านความห่วงใยที่มีต่อมาเรีย งานกำกับของปาโบล ลาร์เรนยังคงมีเอกลักษณ์ ใช้ภาพสวยโทนสีละมุนและการเล่าเรื่องที่สลับระหว่างความจริงกับภาพในใจได้อย่างลื่นไหล แม้บางช่วงจะเดินช้าและต้องใช้สมาธิติดตาม แต่สำหรับคนที่ชอบหนังชีวประวัติหรือเรื่องราวของศิลปินระดับตำนาน เรื่องนี้ถือว่าคุ้มค่ามากนอกจากจะได้เห็นชีวิตอีกด้านของมาเรียคัลลาสยังสะท้อนให้เห็นว่าชื่อเสียงไม่อาจลบความเปราะบางของมนุษย์ได้ ให้คะแนน 6.7/10 เป็นหนังที่งดงามทั้งงานภาพและการแสดงพร้อมทิ้งความรู้สึกเศร้าปนอบอุ่นไว้จนหลังเครดิตจบ


7.5



