Body Parts (2023)
6.2Body Parts (2023) เป็นหนังสยองขวัญจากเกาหลีใต้ที่ผสมความลึกลับและความเชื่อเหนือธรรมชาติเข้าไว้ด้วยกัน กำกับโดยชเววอนคยอง, จอนบยองด็อก, และจีซัม นำแสดงโดยควอนอารึม รับบท ซียอง นักข่าวสาวที่กำลังสืบคดีเกี่ยวกับลัทธิประหลาด ร่วมด้วยคิมอาฮยอน และคิมบอมจุน หนังไม่ได้พาคนดูไปเจอกับผีแบบตรง ๆ แต่ค่อย ๆ สร้างบรรยากาศอึดอัดผ่านพิธีกรรมความเชื่อและเรื่องราวของคนที่ยอมแลกทุกอย่างเพื่อให้ได้ในสิ่งที่ตัวเองต้องการ เป็นหนังที่เล่าแบบค่อยเป็นค่อยไปและชวนตั้งคำถามว่าความศรัทธากับความคลั่งไคล้มีเส้นแบ่งอยู่ตรงไหน
ซียองนักข่าวสาวได้รับข้อมูลเกี่ยวกับลัทธิประหลาดที่เชื่อว่าสามารถติดต่อกับพระเจ้าได้ผ่านพิธีบูชายัญ ซียองจึงแฝงตัวเข้าไปสังเกตพิธีด้วยตัวเอง ภายในสถานที่ประกอบพิธีซียองได้พบกับผู้เข้าร่วมทั้งหมดห้าคน ซึ่งแต่ละคนต่างมีบาดแผลในชีวิตและยอมสละบางสิ่งของร่างกายเพื่อแลกกับปาฏิหาริย์ คนหนึ่งสูญเสียคนรัก อีกคนป่วยหนักบางคนอยากลบความผิดในอดีตและทุกเรื่องราวถูกถ่ายทอดผ่านเหตุการณ์ที่ทั้งน่ากลัวและน่าเศร้า ระหว่างพิธีซียองเริ่มเห็นภาพหลอนได้ยินเสียงประหลาดและแยกไม่ออกว่าสิ่งที่เห็นเป็นความจริงหรือผลจากอำนาจของลัทธิ เมื่อเวลาผ่านไปความเชื่อของสมาชิกแต่ละคนค่อย ๆ นำไปสู่ผลลัพธ์ที่โหดร้ายบางคนเสียสติบางคนเสียชีวิตและบางคนยอมแลกทุกอย่างโดยไม่ลังเล ซียองพยายามหาทางเปิดโปงความจริงแต่กลับพบว่าผู้นำลัทธิเตรียมให้ซียองเป็นผู้เข้าร่วมคนสุดท้ายของพิธี ความกดดันเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ เมื่อซียองต้องเลือกระหว่างหนีออกมาหรือยอมเสียสละเพื่อพิสูจน์ว่าสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ทุกคนเชื่อนั้นมีอยู่จริงหรือไม่ ตอนจบของหนังไม่ได้เฉลยทุกอย่างแบบชัดเจนแต่เปิดพื้นที่ให้คนดูตีความว่าความน่ากลัวที่แท้จริงเกิดจากสิ่งเหนือธรรมชาติหรือเกิดจากความเชื่อที่ครอบงำจิตใจของมนุษย์กันแน่
หนังสยองขวัญที่ไม่ได้เน้นฉากตกใจแบบต่อเนื่องแต่เลือกสร้างความกดดันผ่านบรรยากาศ เสียง และเรื่องราวของตัวละครมากกว่าควอนอารึมถ่ายทอดบทซียองได้ดี ทำให้รู้สึกถึงความสงสัยความกลัว และความสับสนที่เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ตลอดเรื่อง นักแสดงคนอื่นก็ช่วยเติมน้ำหนักให้แต่ละเหตุการณ์ดูน่าเชื่อ เพราะทุกคนมีเหตุผลของตัวเองในการเข้าร่วมพิธีงานกำกับใช้ภาพมืดสีหม่นและการตัดต่อที่ค่อย ๆ เพิ่มความอึดอัดจนทำให้คนดูรู้สึกไม่สบายใจตลอดเวลา แม้จังหวะบางช่วงจะเดินช้า และหนังไม่ได้อธิบายทุกปมแบบละเอียดแต่ก็เหมาะกับคนที่ชอบหนังสยองขวัญเชิงจิตวิทยาและเรื่องราวเกี่ยวกับลัทธิ ความเชื่อ และการเสียสละมากกว่าการเน้นความน่ากลัวแบบตรงไปตรงมาเราให้คะแนน 6.2/10 เป็นหนังที่ดูแล้วอาจไม่หลอนสุด ๆ แต่มีบรรยากาศชวนอึดอัดและทิ้งประเด็นให้คิดต่อหลังหนังจบ


7.5



