Small Things Like These (2024)
6.7ภาพยนต์เรื่อง Small Things Like These (2024) กำกับโดยทิม มิเอลองต์ส หนังดราม่าจากประเทศไอร์แลนด์และเบลเยียม ดัดแปลงจากนิยายชื่อดังของ แคลร์ คีแกน นักแสดงนำคือคิลเลียน เมอร์ฟี รับบท บิล เฟอร์ลอง, เอมิลี วัตสัน รับบท ซิสเตอร์แมรี, และมิเชล แฟร์ลีย์ รับบท มิสซิสวิลสัน เรื่องราวเกิดขึ้นในช่วงคริสต์มาสปี 1985 เมื่อพ่อค้าถ่านหินธรรมดาคนหนึ่งค้นพบความลับอันน่ากลัวของโบสถ์ในเมืองเล็ก ๆ ของไอร์แลนด์ จนทำให้เขาต้องเผชิญหน้ากับอดีตและความจริงที่คนทั้งเมืองพยายามปิดบัง
เรื่องราวเกิดขึ้นในเมืองเล็ก ๆ ของประเทศไอร์แลนด์ช่วงคริสต์มาสปี 1985 โดยมีบิล เฟอร์ลอง พ่อค้าถ่านหินผู้ใช้ชีวิตเรียบง่ายกับภรรยาและลูกสาวหลายคน บิลเป็นคนขยัน อ่อนโยน และพยายามทำทุกอย่างเพื่อให้ครอบครัวมีชีวิตที่มั่นคง แม้เขาจะเติบโตมาอย่างยากลำบากก็ตาม วันหนึ่งระหว่างนำถ่านหินไปส่งที่สถานสงเคราะห์ของโบสถ์เขากลับพบเด็กสาวคนหนึ่งถูกขังไว้ในสภาพที่น่าเวทนา เหตุการณ์นั้นทำให้บิลเริ่มสงสัยว่าเบื้องหลังสถานที่ศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้อาจมีความลับบางอย่างซ่อนอยู่ ยิ่งบิลค้นหาความจริงมากเท่าไร เขาก็ยิ่งพบว่าคนทั้งเมืองต่างรับรู้เรื่องนี้ แต่ไม่มีใครกล้าพูดออกมาเพราะอำนาจของศาสนจักร ความทรงจำในวัยเด็กของบิลเริ่มย้อนกลับมา เขานึกถึงช่วงเวลาที่ตัวเองเคยได้รับความช่วยเหลือจากคนใจดี ทำให้เขาต้องตั้งคำถามกับตัวเองว่า จะเลือกเงียบเพื่อความปลอดภัยของครอบครัว หรือจะยืนหยัดทำในสิ่งที่ถูกต้อง หนังถ่ายทอดบรรยากาศอึดอัดเศร้าลึกและสะท้อนสังคมไอร์แลนด์ยุคนั้นได้อย่างหนักแน่น ผ่านตัวละครธรรมดาที่ต้องต่อสู้กับความกลัวและศีลธรรมในใจตัวเอง
เรื่องนี้เป็นหนังที่ดูเงียบ ๆ เรียบ ๆ แต่พลังทางอารมณ์แรงมาก ตอนดูแรก ๆ อาจรู้สึกว่าหนังเดินช้าเพราะมันไม่ได้มีฉากหวือหวาหรือดราม่าตะโกนใส่กันตลอดเวลา แต่พอเรื่องค่อย ๆ เดินไปเรื่อย ๆ จะเริ่มรู้สึกถึงความกดดันบางอย่างที่หนังพยายามส่งออกมา นักแสดงอย่างคิลเลียนเล่นดีมากแบบไม่ต้องพูดเยอะเลย แค่สีหน้าแววตาหรือการนิ่งเงียบของเขาก็ทำให้คนดูเข้าใจความรู้สึกในใจตัวละครได้หมด หนังให้อารมณ์เหมือนเรากำลังนั่งมองชีวิตคนธรรมดาคนหนึ่งที่ต้องเลือกระหว่างความถูกต้องกับความปลอดภัยของตัวเอง บรรยากาศในเรื่องหนาว เหงา และหม่นมาก ทั้งภาพเมืองเล็ก ๆ ถนนว่าง ๆ และแสงสีในช่วงคริสต์มาส มันยิ่งทำให้หนังดูเศร้าลึกขึ้นไปอีก งานโปรดักชันละเอียดมาก เสื้อผ้า บ้านเมือง หรือสถานที่ต่าง ๆ ทำให้รู้สึกเหมือนย้อนกลับไปยุค 80 จริง ๆ แม้จะไม่ใช่หนังที่มี CG ใหญ่โตแต่ทุกอย่างดูสมจริงและมีคุณภาพมาก สิ่งที่ชอบคือหนังไม่พยายามบังคับให้คนดูร้องไห้แต่มันค่อย ๆ กดอารมณ์เราไปเรื่อย ๆ จนพอดูจบแล้วจะรู้สึกหนักในใจแบบอธิบายยากเป็นหนังดราม่าที่ไม่ได้ดูง่ายมาก แต่ถ้าเปิดใจดูจะอินกับตัวละครและเข้าใจสิ่งที่หนังอยากพูดได้ไม่ยากเลย โดยรวมแล้วคะแนนรีวิวหนังเรื่องนี้ขอให้ที่ 8 / 10 คะแนน


7.4


