Kinds of Kindness (2024)
6.0Kinds of Kindness (2024) เป็นภาพยนตร์แนวดราม่า ตลกร้าย และจิตวิทยา กำกับโดย Yorgos Lanthimos จากบทภาพยนตร์ที่ร่วมเขียนกับ Efthimis Filippou นำแสดงโดย Emma Stone, Jesse Plemons, Willem Dafoe, Margaret Qualley, Hong Chau, Joe Alwyn, และ Mamoudou Athie ภาพยนตร์เล่าเรื่องผ่าน 3 เรื่องราวที่แยกจากกัน แต่เชื่อมโยงด้วยประเด็นเรื่องอำนาจ ความสัมพันธ์ ความเชื่อ และการตัดสินใจของมนุษย์ โดยนักแสดงชุดเดิมจะรับบทเป็นตัวละครที่แตกต่างกันในแต่ละตอน ทำให้ผู้ชมได้เห็นมิติการแสดงที่หลากหลาย พร้อมกับการเล่าเรื่องในสไตล์อันเป็นเอกลักษณ์ของผู้กำกับที่เต็มไปด้วยความแปลกใหม่และชวนให้ตีความ
เรื่องราวมันเริ่มจากการแบ่งเส้นเรื่องออกเป็นสามตอนสั้น ๆ ที่เต็มไปด้วยความตลกร้ายและเสียดสีจิตใจมนุษย์แบบสุดโต่ง ตอนแรกเรื่องราวมันโฟกัสไปที่โรเบิร์ตชายหนุ่มออฟฟิศที่ชีวิตทุกฝีก้าวตั้งแต่ตื่นนอน กินอะไร ใส่ชุดไหน ไปจนถึงเรื่องบนเตียง ต้องคอยทำตามคำสั่งและอยู่ภายใต้การควบคุมของเจ้านายผู้ทรงอิทธิพลมาตลอด บรรยากาศมันอึดอัดมากจนกระทั่งโรเบิร์ตตัดสินใจขัดคำสั่งเจ้านายเป็นครั้งแรก ทำให้ชีวิตที่เคยสมบูรณ์แบบเริ่มพังทลายและดิ่งลงเหวอย่างบ้าคลั่ง ถัดมาในตอนที่สองจะเล่าถึงแดเนียลเจ้าหน้าที่ตำรวจหนุ่มที่กำลังโศกเศร้าเพราะภรรยานักสมุทรศาสตร์หายสาบสูญไปในทะเล แต่แล้ววันหนึ่งภรรยาก็ดันรอดชีวิตกลับมาหา ความประสาทแดกมันเริ่มตรงที่แดเนียลรู้สึกว่าผู้หญิงที่อยู่ตรงหน้าไม่ใช่ภรรยาคนเดิมของตัวเองแต่เป็นสิ่งมีชีวิตอื่นที่ปลอมตัวมา แดเนียลเลยเริ่มตั้งเงื่อนไขและทดสอบพฤติกรรมสุดวิปริตเพื่อพิสูจน์ความจริง และตอนสุดท้ายจะพาไปตามติดเอมิลี่หญิงสาวที่ยอมทิ้งครอบครัวเพื่อเข้าร่วมลัทธิประหลาดที่บูชาน้ำมนต์และรักความสะอาดขั้นสุด โดยเอมิลี่ต้องออกเดินทางตามหาผู้หญิงคนหนึ่งที่มีความสามารถพิเศษในการชุบชีวิตคนตายให้ฟื้นคืนชีพขึ้นมาได้ตามคำพยากรณ์ ความบีบคั้นของทั้งสามตอนมันทวีคูณขึ้นเมื่อตัวละครทุกคนต่างยอมทำทุกอย่าง ยอมเจ็บตัว ยอมสูญเสีย และยอมเสียสละศักดิ์ศรีเพียงเพื่อต้องการได้รับการยอมรับและความรักจากคนอื่น แล้วสุดท้าย พฤติกรรมสุดเพี้ยนของโรเบิร์ต, แดเนียล, และเอมิลี่จะพาชีวิตของพวกเขาไปส่งท้ายที่จุดไหน และความใจดีที่บิดเบี้ยวเหล่านี้จะลงเอยด้วยความขำขันหรือโศกนาฏกรรมนองเลือดที่ชวนให้คนดูเหวอจนอ้าปากค้าง ต้องไปร่วมพิสูจน์และหาคำตอบต่อในหนังเต็ม ๆ เลย
เจสซีถ่ายทอดบทบาทตัวละครต่าง ๆ ในทั้งสามตอนออกมาได้น่าทึ่งและกวนประสาทมาก แววตาที่ดูเลิ่กลั่ก อาการสติแตกยามโดนกดดัน และความนิ่งเฉยต่อความรุนแรงทำเอาเราอินและรู้สึกอึดอัดตามได้ไม่ยากเลย ส่วนเอ็มมาที่ต้องสลับคาแรคเตอร์ไปมาในแต่ละตอนก็แสดงได้จัดจ้านทรงพลังและทุ่มสุดตัวกับฉากเพี้ยนหลุดโลกสุด ๆ เคมีของทีมนักแสดงชุดเดิมที่เวียนว่ายตายเกิดมารับบทบาทใหม่ ๆ ในแต่ละตอนส่งรับอารมณ์ความตึงเครียดปนตลกร้ายออกมาได้เข้าขา เรียลและน่าขนลุกดีทีเดียว สอดรับกับมู้ด งานภาพและมุมกล้องของเรื่องนี้ทำออกมาได้ประณีตและแฝงสัญลักษณ์จิตวิทยาได้ลึกซึ้งมาก มีการใช้มุมกล้องแช่นิ่งระยะกลางสลับกับมุมกล้องกว้างที่ดูสมมาตรและสะอาดตา เพื่อขับเน้นความโดดเดี่ยวและความกระสับกระส่ายของตัวละคร โทนสีของภาพทำออกมาเน้นโทนสีจัดจ้าน แสงเงาคมชัด และมีการตัดสลับภาพขาวดำในบางฉาก ขับเน้นมู้ดแอนด์โทนความตลกร้ายแสนเย็นชาและความเพี้ยนของบทบาทออกมาได้อย่างยอดเยี่ยม ฉากลัทธิประหลาดและฉากในบ้านจัดวางพร็อพได้เนี๊ยบเรียบหรู เอฟเฟกต์แผลเหวอะหวะและการแต่งหน้าทำออกมาได้ดิบสมจริง ซาวด์ประกอบเป็นเสียงเปียโนเดี่ยวคีย์แปลก ๆ ใส่มาได้ถูกจังหวะชวนให้รู้สึกระแวงและหลอนประสาทได้ตลอดเรื่อง ภาพยนตร์เรื่องนี้เป็นงานแนวตลกร้ายตรรกะป่วยผสมดราม่าจิตวิทยาที่เล่าเรื่องยาวและมีความเป็นศิลปะค่อนข้างสูง ทำออกมาได้บรรยากาศกดดันและสะใจคอหนังแนวอินดี้สายรางวัลแน่นอน ตัวเลขคะแนนเฉลี่ยบนเว็บจัดอยู่ในเกณฑ์ระดับปานกลางตามมาตรฐานหนังแนวอินดี้เฉพาะกลุ่มที่เน้นความแปลกใหม่โชว์ชั้นเชิงสัญลักษณ์ตามที่แสดงบนหน้าเว็บเลย ถ้าเน้นดูการแสดงระดับเทพ งานภาพสวยเนี้ยบแปลกตา และเรื่องราวชวนปวดตับที่ท้าทายความคิด บอกเลยว่าเรื่องนี้เสิร์ฟความตื่นเต้นให้ได้เหวอแน่นอน เราขอให้คะแนน 6.0/10


7.4


