A Quiet Place Day One (2024) ดินแดนไร้เสียง วันที่หนึ่ง
6.4A Quiet Place: Day One (2024) ดินแดนไร้เสียง: วันที่หนึ่ง ภาพยนตร์แนวระทึกขวัญ ไซไฟ และดราม่าเอาชีวิตรอดจากสหรัฐอเมริกา กำกับโดย Michael Sarnoski พร้อมได้นักแสดงอย่าง Lupita Nyong'o, Joseph Quinn, Alex Wolff, และ Djimon Hounsou ร่วมถ่ายทอดเรื่องราวของวันแรกที่โลกต้องเผชิญกับสิ่งมีชีวิตต่างดาวสุดอันตรายที่ล่าเหยื่อผ่านเสียง หนังเล่าผ่านมุมมองของหญิงสาวที่กำลังป่วยหนักและใช้ชีวิตอยู่กับความจริงที่ว่าเวลาของตัวเองเหลือน้อยเต็มที ทำให้การเอาชีวิตรอดของเธอไม่ได้มีเป้าหมายแบบหนังภัยพิบัติทั่วไป แต่กลายเป็นการเดินทางที่เต็มไปด้วยความเงียบ ความกลัว และการยอมรับชะตาชีวิตอย่างเจ็บปวด
ในวันที่มหานครนิวยอร์กเต็มไปด้วยความวุ่นวายจากการรุกรานของสิ่งมีชีวิตต่างดาวสุดอันตราย ผู้คนต่างต้องดิ้นรนเอาชีวิตรอดจากสัตว์ประหลาดที่พร้อมโจมตีทันทีที่ได้ยินเสียง ท่ามกลางหายนะครั้งนี้แซมมี่หญิงสาวที่กำลังป่วยเป็นมะเร็งระยะสุดท้ายกลับมองโลกด้วยความรู้สึกแตกต่างจากคนอื่น เพราะสำหรับเธอความตายอาจไม่ใช่สิ่งน่ากลัวอีกต่อไปแล้ว ระหว่างการหลบหนีเธอได้พบกับเอริกชายหนุ่มชาวอังกฤษที่เต็มไปด้วยความหวาดกลัว และเฮนรี่ชายผู้พยายามช่วยเหลือทุกคนเท่าที่ทำได้ ทั้งสามจึงต้องร่วมเดินทางฝ่าความเงียบอันกดดันไปด้วยกันโดยมีเพียงการควบคุมเสียงเท่านั้นที่อาจช่วยให้รอดชีวิตจากสิ่งมีชีวิตที่พร้อมล่าเอาไว้ได้ ดูเหมือนว่าก่อนโลกจะเปลี่ยนไปแซมใช้ชีวิตอย่างโดดเดี่ยวและแทบไม่เปิดใจให้ใคร นอกจากเจ้าแมวคู่ใจอย่างโฟรโด้ที่คอยอยู่เคียงข้างเธอเสมอ แม้ในวันที่โลกกำลังพังทลายมันก็ยังเป็นเหมือนกำลังใจเล็ก ๆ ที่ทำให้เธอไม่รู้สึกเดียวดาย ดูเหมือนว่าการเดินทางครั้งนี้จึงไม่ใช่แค่การหนีตายจากสัตว์ประหลาดแต่ยังเป็นการค้นหาความหมายของการมีชีวิตอยู่ต่อไปอีกครั้ง
หลังจากได้ดูต้องบอกเลยว่าภาคนี้ให้อารมณ์ต่างจากสองภาคก่อนพอสมควร เพราะหนังไม่ได้เน้นความลุ้นระทึกหรือฉากหนีตายแบบต่อเนื่อง แต่เลือกเล่าในเชิงดราม่าและสภาพจิตใจของมนุษย์มากกว่า ซึ่งส่วนตัวรู้สึกว่ามันมีความหม่นและเศร้ากว่าเดิมพอสมควร การแสดงของ Lupita Nyong’o ถือว่าแบกอารมณ์ของเรื่องไว้ได้ดีมาก สีหน้าและแววตาสื่อความรู้สึกสิ้นหวังแต่ยังมีความเป็นมนุษย์อยู่เต็ม ๆ งานภาพยังคงรักษาเอกลักษณ์ของแฟรนไชส์ไว้ได้ ทั้งเมืองที่เงียบผิดปกติ เสียงรอบข้างที่กดดัน และมุมกล้องที่ทำให้คนดูรู้สึกไม่ปลอดภัยตลอดเวลา แต่ในแง่ความตื่นเต้นส่วนตัวมองว่ามีน้อยกว่าที่คาดไว้และจังหวะเรื่องบางช่วงค่อนข้างช้าเกินไป ถึงอย่างนั้นก็ยังถือว่าเป็นหนังที่มีมิติทางอารมณ์มากขึ้นและพยายามขยายโลกของแฟรนไชส์ให้แตกต่างจากเดิม แต่โดยรวมตัวหนังมีช่องโหว่ค่อนข้างเยอะเลยทีเดียวอาจไม่สนุกหรือเร้าใจเท่าภาคก่อน ๆ รวมให้คะแนนอยู่ที่ 5/10


7.4


