The Shadow Strays (2024) นักฆ่าเงาล่าทรชน
7.1ภาพยนต์เรื่อง นักฆ่าเงาล่าทรชน The Shadow Strays (2024) เป็นหนังแนวแอ็กชัน / อาชญากรรม / ระทึกขวัญ จากประเทศอินโดนีเซีย กำกับโดย ติโม จาห์ยันโต ที่ขึ้นชื่อเรื่องฉากแอ็กชันโหด ดิบ และเดินเรื่องเร็ว นักแสดงนำคือ ออโรรา ริเบโร รับบท โค้ดเนม 13 หรือ โนมิ, ฮานา มาลาซาน รับบท อัมบรา, และ อาลี ฟิกรี รับบท มอนจิ เด็กชายที่เข้ามาเปลี่ยนชีวิตของเธอ หนังเล่าเรื่องนักฆ่าสาวที่ทำภารกิจพลาดจนถูกพักงาน ก่อนจะได้รู้จักกับเด็กชายที่สูญเสียแม่จากแก๊งอาชญากรรม เมื่อเด็กคนนั้นหายตัวไปเธอจึงฝ่าทุกอย่างเพื่อตามช่วยจนต้องหักหลังองค์กรนักฆ่าที่ตัวเอง
เรื่องราวเปิดมาที่โค้ดเนม 13 หรือโนมินักฆ่าสาววัยรุ่นที่ถูกฝึกมาอย่างโหดเหี้ยมโดยองค์กรลับชื่อว่าเดอะ ชาโดว์ ซึ่งรับงานสังหารเป้าหมายสำคัญทั่วประเทศอินโดนีเซีย ระหว่างภารกิจหนึ่งในประเทศญี่ปุ่นเธอเกิดความผิดพลาดจนทำให้ภารกิจล้มเหลว และปล่อยให้เด็กคนหนึ่งต้องเสียชีวิตต่อหน้าต่อตา ทำให้อัมบราหัวหน้าผู้ควบคุมของเธอสั่งพักงาน พร้อมส่งเธอกลับไปอยู่ในอพาร์ตเมนต์เงียบ ๆ ที่กรุงจาการ์ตาเพื่อรอคำสั่งใหม่ ระหว่างใช้ชีวิตแบบคนธรรมดาโนมิได้พบกับเด็กชายชื่อมอนจิที่อาศัยอยู่ห้องข้าง ๆ กับแม่ของเขา เด็กชายมักเข้ามาพูดคุยและทำให้เธอเริ่มรู้สึกถึงความเป็นมนุษย์อีกครั้ง แต่แล้ววันหนึ่งแม่ของมอนจิถูกแก๊งอาชญากรรมสังหาร ส่วนมอนจิถูกลักพาตัวไปเพื่อนำไปขายให้เครือข่ายค้ามนุษย์ โนมิตัดสินใจฝ่าฝืนคำสั่งองค์กรออกตามหาเด็กชายด้วยตัวเอง การสืบสวนทำให้เธอพบว่าเบื้องหลังคือแก๊งมาเฟียของ ฮากัน และมีตำรวจทุจริตร่วมมืออยู่ด้วย เธอบุกฐานของศัตรูทีละแห่งกำจัดลูกน้องจำนวนมากอย่างดุเดือด จนองค์กรเดอะชาโดว์มองว่าเธอกลายเป็นภัยและส่งนักฆ่าคนอื่นตามล่าเธอเอง โนมิต้องต่อสู้ทั้งแก๊งมาเฟียและอดีตเพื่อนร่วมองค์กรแบบไม่ถอย ก่อนช่วยมอนจิออกมาได้สำเร็จแต่เธอก็ต้องแลกกับการสูญเสียครั้งใหญ่ และเลือกเดินออกจากชีวิตนักฆ่าเพื่อเริ่มต้นใหม่อีกครั้ง
ถ้าพูดถึงเรื่องนี้คือหนังแอ็กชันที่ดูแล้วรู้สึกว่าโคตรเดือดตั้งแต่ต้นจนจบแบบแทบไม่มีช่วงให้พักหายใจเลย จุดที่หนังทำได้ดีมากคือฉากแอ็กชันที่ออกแบบมาค่อนข้างดิบและหนักหน่วง สไตล์เดียวกับหนังอินโดนีเซียหลายเรื่องที่เน้นการต่อสู้ระยะประชิดแบบเจ็บจริงต่อยจริงฟันจริง ฉากไล่ล่าหลายฉากทำออกมาโหดพอสมควร แต่ไม่ได้ใช้ CG เยอะจนดูปลอม ส่วนใหญ่จะเน้นสตันท์จริงและการออกแบบคิวบู๊ที่ดูสมจริงมาก นักแสดงอย่างออโรรา ริเบโร ในบทโนมิหรือโค้ดเนม 13 ถือว่าแบกเรื่องได้ดีมากเพราะต้องเล่นทั้งฉากบู๊หนัก ๆ และฉากดราม่าที่เกี่ยวกับความรู้สึกผิดในอดีต ซึ่งเธอถ่ายทอดออกมาได้ดีจนคนดูอินตามได้ง่าย ด้านตัวละครมอนจิก็ช่วยเพิ่มมิติด้านอารมณ์ให้หนังดูมีหัวใจมากขึ้น ไม่ได้มีแต่ฉากฆ่ากันอย่างเดียว สิ่งที่ชอบอีกอย่างคือบรรยากาศของเมืองที่ดูมืดหม่นและเต็มไปด้วยอาชญากรรม ทำให้เรื่องยิ่งกดดันขึ้นเรื่อย ๆ แต่ข้อสังเกตคือช่วงกลางเรื่องบางฉากอาจดูยืดนิดหน่อยเพราะใส่ฉากต่อสู้มาเยอะมากจนบางคนอาจล้าได้ แต่ถ้าชอบหนังแนวแอ็กชันสายโหดแบบไม่ต้องคิดเยอะ เรื่องนี้ตอบโจทย์มากดูจบแล้วให้ความรู้สึกสะใจและอยากเห็นภาคต่อหรือผลงานใหม่จากทีมนี้อีกเลย โดยรวมแล้วคะแนนรีวิวหนังเรื่องนี้ขอให้ที่ 8 / 10 คะแนน


7.4


