The Wave (2016) มหาวิบัติสึนามิถล่มโลก
6.9ภาพยนต์เรื่อง The Wave (2016) มหาวิบัติสึนามิถล่มโลก เป็นแนวภัยพิบัติดราม่าระทึกขวัญจากประเทศนอร์เวย์ กำกับโดย โรอาร์ อูธเฮาก์ นักแสดงหลักคือ คริสตอฟเฟอร์ โยเนอร์ รับบท คริสเตียน ไอคยอร์ด, อาเนอ ดาห์ล ทอร์ป รับบท อิดุน, โยนัส ฮอฟ ออฟเตอโบร รับบท ซอนเดร, อีดิธ ฮากเกนรุด-ซานเดอ รับบท ยูเลีย, และ ฟริดท์ยอฟ โซเฮม รับบท อาร์วิด เรื่องนี้สร้างจากความเป็นไปได้ของภัยธรรมชาติจริงในประเทศนอร์เวย์ เมื่อคริสเตียนไอคยอร์ดนักธรณีวิทยา กำลังเตรียมย้ายงานและพาครอบครัวย้ายออกจากเมืองริมฟยอร์ด แต่ก่อนออกเดินทาง เขาสังเกตเห็นสัญญาณผิดปกติจากภูเขาขนาดใหญ่ที่อาจถล่มลงสู่ทะเล
หลายปีหลังสงครามระหว่างมนุษย์กับเอเลี่ยนโลกเริ่มกลับเข้าสู่ภาวะสงบ มนุษย์สามารถอยู่ร่วมกับลูกครึ่งเอเลี่ยนได้มากขึ้น หนึ่งในนั้นคือโรสคอร์ลีย์ หญิงสาวผู้สืบทอดพลังพิเศษจากสายเลือดของบิดา เธอใช้ชีวิตเป็นผู้ปกป้องผู้คนและทำงานร่วมกับหน่วยงานที่ดูแลความมั่นคงของโลก แต่ความสงบอยู่ได้ไม่นาน เมื่อเกิดไวรัสลึกลับที่ทำให้ลูกครึ่งเอเลี่ยนสูญเสียการควบคุมตัวเองและเริ่มโจมตีมนุษย์ เหตุการณ์ลุกลามไปทั่วโลกจนรัฐบาลไม่สามารถรับมือได้ โรสจึงได้รับภารกิจสำคัญในการเดินทางไปยังดาวแม่ของเผ่าเอเลี่ยน เพื่อค้นหาต้นตอของไวรัสและหยุดยั้งหายนะครั้งใหม่ เธอร่วมเดินทางกับลีออน, โอเวน, และสมาชิกทีมอีกหลายคน โดยต้องเผชิญทั้งสนามรบในอวกาศ ระบบป้องกันของศัตรูและสิ่งมีชีวิตต่างดาวที่อันตรายกว่าที่เคยพบ ระหว่างภารกิจโรสยังต้องเผชิญคำถามเกี่ยวกับตัวตนของตนเอง เพราะเธอเป็นทั้งมนุษย์และเอเลี่ยนในเวลาเดียวกัน ยิ่งการเดินทางดำเนินต่อไปทีมของโรสก็ยิ่งค้นพบว่าปัญหาทั้งหมดอาจเกี่ยวข้องกับความขัดแย้งที่เกิดขึ้นมานานหลายชั่วอายุคน ทำให้ภารกิจครั้งนี้ไม่ได้เป็นเพียงการต่อสู้เพื่อช่วยโลกเท่านั้น แต่ยังเป็นการตัดสินอนาคตของทั้งสองเผ่าพันธุ์อีกด้วย
เรื่องนี้เป็นหนังภัยพิบัติที่ดูแล้วให้ความรู้สึกแตกต่างจากหนังฮอลลีวูดหลายเรื่อง เพราะแทนที่จะรีบพาคนดูไปเจอกับฉากหายนะตั้งแต่ต้น หนังกลับใช้เวลาในการแนะนำตัวละครและครอบครัวของคริสเตียนไอคยอร์ดก่อนทำให้พอเหตุการณ์เริ่มเกิดขึ้น เราจะอินกับชะตากรรมของตัวละครมากขึ้นความลุ้นเลยไม่ได้เกิดจากคลื่นยักษ์เพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากความรู้สึกว่าแต่ละคนจะได้กลับมาเจอกันหรือไม่ คริสตอฟเฟอร์โยเนอร์ถ่ายทอดบทนักธรณีวิทยาที่ต้องเลือกระหว่างหน้าที่กับครอบครัวได้ดีมาก สีหน้าและอารมณ์ของเขาดูเป็นธรรมชาติจนเชื่อได้จริงว่าเป็นคนที่กำลังเผชิญเหตุการณ์ร้ายแรง ขณะที่นักแสดงคนอื่นก็ช่วยให้ความสัมพันธ์ของครอบครัวดูอบอุ่นและมีมิติ ทำให้หลายฉากเต็มไปด้วยความกดดันโดยไม่ต้องใช้บทพูดมาก แม้หนังจะไม่ได้มีฉาก CG เยอะทั้งเรื่องแต่เมื่อถึงช่วงที่ภัยพิบัติเกิดขึ้น บอกเลยว่าทำออกมาได้น่าประทับใจมากทั้งภาพคลื่นยักษ์ที่ซัดเข้าหาเมืองอาคารที่พังทลายและบรรยากาศความโกลาหล ทุกอย่างดูสมจริงจนเผลอลุ้นตามตัวละครอยู่ตลอด จุดที่ชอบคือหนังไม่ได้เน้นความอลังการเพียงอย่างเดียว แต่ยังใส่รายละเอียดเล็ก ๆ ที่ทำให้รู้สึกว่าภัยธรรมชาติสามารถเกิดขึ้นกับใครก็ได้ หลังดูจบเป็นหนังที่ทั้งตื่นเต้นและอบอุ่นในเวลาเดียวกัน ดูแล้วทำให้เห็นคุณค่าของครอบครัวมากขึ้น ใครชอบหนังภัยพิบัติที่มีเนื้อเรื่องเข้มข้นและไม่ได้มีแค่ฉากทำลายล้าง เรื่องนี้ถือว่าไม่ควรพลาดเลย โดยรวมแล้วคะแนนรีวิวหนังเรื่องนี้ขอให้ที่ 6.9 / 10 คะแนน
7.4


