ดูหนังเรื่อง Slingshot (2024) ซับไทย
6.2Slingshot (2024) ภาพยนตร์แนวไซไฟ กำกับโดย Mikael Håfström นักแสดงนำ Casey Affleck, Laurence Fishburne, Emily Beecham เมื่อยานอวกาศ Odyssey 1 ออกเดินทางสู่ดวงจันทร์ไททันพร้อมลูกเรือสามคนที่ต้องใช้ชีวิตอยู่ในอวกาศเป็นเวลาหลายปีโดยอาศัยการจำศีลสลับกับการตื่นขึ้นมาตรวจสอบระบบของยาน เมื่อการเดินทางดำเนินไปนักบินอวกาศคนหนึ่งเริ่มประสบกับอาการหลงลืม ภาพหลอน และความหวาดระแวงจนไม่สามารถแยกได้ว่าสิ่งที่เห็นเป็นความจริงหรือผลข้างเคียงจากการจำศีล ความเชื่อใจระหว่างลูกเรือเริ่มสั่นคลอน ขณะที่ยานกำลังเข้าใกล้ช่วงเวลาสำคัญของการใช้แรงโน้มถ่วงเหวี่ยงเข้าสู่วงโคจร ความผิดพลาดเพียงเล็กน้อยอาจทำให้ภารกิจทั้งหมดล้มเหลวและนำทุกคนไปสู่จุดจบที่ไม่มีวันหวนกลับ
การเดินทางของยานอวกาศ Odyssey 1 ที่กำลังมุ่งหน้าสู่ดวงจันทร์ไททัน โดยใช้แรงเหวี่ยงจากวงโคจรของดาวพฤหัสบดีเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของภารกิจ ระหว่างการเดินทางอันยาวนาน John ต้องสลับเข้าสู่การจำศีลหลายครั้งตามแผนการบิน แต่ทุกครั้งที่ตื่นขึ้นความทรงจำของเขากลับเริ่มไม่สมบูรณ์ เขามักเห็นภาพอดีตเกี่ยวกับหญิงสาวที่รักรวมถึงเหตุการณ์แปลกประหลาดบนยานจนเริ่มไม่แน่ใจว่าสิ่งที่พบเจอเป็นเรื่องจริงหรือเป็นเพียงผลกระทบจากการจำศีลเป็นเวลานาน ขณะเดียวกัน Captain Franks พยายามรักษาระเบียบวินัยของลูกเรือและยืนยันว่าภารกิจยังดำเนินไปตามแผน แม้ระบบบางส่วนของยานจะเริ่มเกิดความผิดปกติ ส่วน Nash รับหน้าที่ตรวจสอบอุปกรณ์ต่าง ๆ และเริ่มตั้งข้อสงสัยเกี่ยวกับสภาพจิตใจของเพื่อนร่วมทีม เพราะอาการหวาดระแวงและความสับสนทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ ความกดดันจากการอยู่ในพื้นที่ปิดเป็นเวลานานทำให้ความเชื่อใจระหว่างลูกเรือเริ่มสั่นคลอน เมื่อยานเข้าใกล้ช่วงเวลาสำคัญของการใช้แรงโน้มถ่วงเพื่อเปลี่ยนเส้นทางเดินทาง ความขัดแย้งกลับปะทุขึ้นอย่างรุนแรง หนึ่งในนั้นเชื่อว่ามีบางคนกำลังปกปิดความจริงเกี่ยวกับภารกิจจึงพยายามค้นหาคำตอบด้วยตนเอง แต่ยิ่งสืบก็ยิ่งพบหลักฐานที่ขัดแย้งกันเองทั้งบันทึกข้อมูล ภาพความทรงจำ และเหตุการณ์ที่ไม่สามารถอธิบายได้ ทำให้เส้นแบ่งระหว่างความจริงกับภาพหลอนยิ่งเลือนรางลง
ผมรู้สึกว่านี่เป็นหนังไซไฟที่ไม่ได้เน้นฉากแอ็กชันหรือความยิ่งใหญ่ของอวกาศแต่เลือกพาผู้ชมเข้าไปสำรวจสภาพจิตใจของตัวละครมากกว่า ช่วงแรกอาจดำเนินเรื่องค่อนข้างช้าแต่ยิ่งดูยิ่งเกิดคำถามว่าอะไรคือความจริงและอะไรคือภาพหลอนทำให้ผมอยากติดตามจนถึงตอนจบ นักแสดงนำถ่ายทอดอารมณ์ของคนที่กำลังสับสน หวาดระแวงและโดดเดี่ยวได้อย่างเป็นธรรมชาติ สีหน้าและแววตาช่วยสร้างความกดดันให้หลายฉากโดยแทบไม่ต้องใช้บทพูดมาก งานภาพถือว่าทำได้ดีสร้างบรรยากาศภายในยานอวกาศดูอึดอัดสมจริง มุมกล้องมักใช้การถ่ายระยะใกล้เพื่อเน้นความอึดอัดของตัวละคร ขณะที่โทนสีเย็นแสงสลัวช่วยเสริมความรู้สึกโดดเดี่ยวได้อย่างมีประสิทธิภาพ เอฟเฟกต์ CG ไม่ได้หวือหวาแต่มีคุณภาพเหมาะกับสไตล์หนังที่เน้นความสมจริงมากกว่าความอลังการ จุดที่ผมรู้สึกว่ายังเป็นข้อด้อยคือจังหวะการเล่าเรื่องค่อนข้างเนิบและการหักมุมอาจไม่ถูกใจคนที่คาดหวังหนังไซไฟแบบเข้มข้นตลอดเวลาบางคำตอบยังเปิดให้ตีความจนรู้สึกค้างคาเล็กน้อย โดยรวมถือว่าเป็นหนังที่น่าสนใจสำหรับคนชอบไซไฟเชิงจิตวิทยา แม้อาจไม่ใช่หนังที่ดูง่ายสำหรับทุกคน ผมให้คะแนนหนังอยู่ที่ 6.2/10


7.4


