Tuesday (2024) ทิวส์เดย์ ดวงใจไม่หวนกลับ
6.3Tuesday (2024) ทิวส์เดย์ ดวงใจไม่หวนกลับ เป็นภาพยนตร์แนวดราม่าแฟนตาซีที่เต็มไปด้วยความเศร้า ความอบอุ่น และการตั้งคำถามเกี่ยวกับชีวิตและความตาย กำกับโดย Daina O. Pusić นำแสดงโดย Julia Louis-Dreyfus และ Lola Petticrew ตัวหนังเล่าเรื่องผ่านมุมมองที่แปลกใหม่ โดยใช้ความตายมาอยู่ในรูปของนกพูดได้ที่เดินทางมาหาเด็กสาวคนหนึ่งที่กำลังป่วยหนัก แม้พล็อตจะดูเหนือจริง แต่สิ่งที่หนังต้องการสื่อกลับใกล้ตัวกว่าที่คิด เพราะมันพูดถึงการยอมรับ การจากลา และความรักของคนในครอบครัวได้อย่างลึกซึ้ง หนังไม่ได้เน้นดราม่าหนักแบบบีบคั้นตลอดเวลา แต่เลือกเล่าอย่างนุ่มนวล ค่อย ๆ พาคนดูเข้าไปสัมผัสความรู้สึกของตัวละครทีละชั้น จนทำให้หลายฉากเต็มไปด้วยอารมณ์ที่ทั้งเศร้าและอบอุ่นในเวลาเดียวกัน
เรื่องมันเริ่มจากชีวิตของซูซานที่กำลังใจสลายเพราะต้องดูแลทิวส์เดย์ลูกสาววัยรุ่นที่อาการป่วยหนักจนถึงขั้นสุดท้าย แต่แล้ววันหนึ่งก็เกิดเรื่องประหลาดที่ไม่มีใครคาดคิด เมื่อมีนกแก้วยักษ์ที่เป็นตัวแทนของความตายปรากฏตัวขึ้นเพื่อจะมารับตัวทิวส์เดย์ไปสู่โลกหน้า แต่สิ่งที่แปลกคือแทนที่ทิวส์เดย์จะกลัว เธอกลับใช้ความอ่อนโยนพูดคุยและสร้างมิตรภาพกับความตายได้อย่างน่าอัศจรรย์ จนกระทั่งซูซานกลับมาเห็นลูกสาวอยู่กับนกยักษ์ตัวนั้น สัญชาตญาณความเป็นแม่ที่ยังไม่ยอมปล่อยมือทำให้เธอตัดสินใจทำทุกอย่างเพื่อปกป้องลูก ไม่ว่าจะต้องต่อรองหรือขัดขวางโชคชะตาด้วยวิธีที่รุนแรงแค่ไหนก็ตาม ท่ามกลางความโกลาหลที่สเกลใหญ่ขึ้นเรื่อย ๆ จนเริ่มกระทบกับสมดุลของโลก ความรักของแม่จะเอาชนะความตายได้จริง ๆ หรือสุดท้ายความสูญเสียคือสิ่งที่ทุกคนต้องยอมรับ และบทสรุปของสายใยแม่ลูกคู่นี้จะจบลงที่ตรงไหน ต้องลองไปติดตามกันต่อในหนังนะ
หนังเรื่องนี้ถ่ายทอดออกมาได้แปลกใหม่และบีบคั้นอารมณ์สุด ๆ จุดเด่นเลยคืองาน CGI นกแก้วยักษ์ที่ดูขลัง น่าเกรงขามแต่ก็แฝงไปด้วยความอบอุ่นอย่างประหลาด ในด้านการแสดงจูเลียทำหน้าที่สื่อสารความแตกสลายของคนเป็นแม่ได้ลึกซึ้งมาก ส่วนโลล่าก็แสดงออกมาได้นิ่งและดูปล่อยวางจนเราอินตาม การใช้มุมกล้องและการเลือกโทนสีในเรื่องจะเน้นความหม่นสลับกับความแฟนตาซีที่ดูมีพลัง ช่วยให้งานภาพดูน่าค้นหาและแฝงสัญลักษณ์ไว้เยอะมาก เอฟเฟกต์ต่าง ๆ ทำออกมาได้เนียนตา โดยเฉพาะฉากที่นกแก้วเปลี่ยนขนาดตัวหรือการเล่าถึงโลกหลังความตาย มันทำให้เราเห็นภาพสิ่งที่จับต้องไม่ได้ออกมาเป็นรูปธรรมได้ดีจริง ๆ แม้จะเป็นหนังแนวจิตวิทยาที่ต้องใช้สมาธิในการดูพอสมควรเพราะมีการเล่าเรื่องเชิงเปรียบเทียบเยอะ แต่ก็ถือเป็นงานที่ยอดเยี่ยมในการสะท้อนความจริงของชีวิตและการเรียนรู้ที่จะปล่อยวาง เราขอให้คะแนน 7/10


6.7



