I Am Legend (2007) ข้าคือตำนานพิฆาตมหากาฬ
7.9I Am Legend (2007) ข้าคือตำนานพิฆาตมหากาฬ ภาพยนตร์แนวไซไฟ ระทึกขวัญ จากทาง Warner Bros. Pictures กำกับโดย Francis Lawrence เขียนบทโดย Mark Protosevich ร่วมกับ Akiva Goldsman ดัดแปลงจากนวนิยายชื่อเดียวกันของ Richard Matheson ตัวหนังนำแสดงโดย Will Smith ในบทผู้กลายเป็นมนุษย์คนสุดท้ายที่ยังมีชีวิตอยู่ในมหานครนิวยอร์ก ร่วมด้วย Alice Braga, Charlie Tahan, Willow Smith, และ Salli Richardson-Whitfield ตัวหนังผสมผสานความโดดเดี่ยวของมนุษย์ ความหวังทางวิทยาศาสตร์ และความหวาดกลัวจากสิ่งมีชีวิตกลายพันธุ์ได้อย่างลงตัวจนกลายเป็นหนึ่งในหนังวันสิ้นโลกที่ถูกพูดถึงมากที่สุด
เรื่องราวเริ่มต้นจากการค้นพบไวรัสดัดแปลงพันธุกรรมที่ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อรักษาโรคมะเร็ง ในช่วงแรกมันถูกยกย่องว่าเป็นความก้าวหน้าครั้งสำคัญของวงการแพทย์แต่ไม่นานไวรัสกลับกลายพันธุ์และแพร่กระจายไปทั่วโลกอย่างรวดเร็ว ผู้คนส่วนใหญ่เสียชีวิต ขณะที่อีกจำนวนมากกลายเป็นสิ่งมีชีวิตคล้ายมนุษย์กลายพันธุ์ที่ไวต่อแสงแดดและมีพฤติกรรมดุร้าย สามปีหลังหายนะนั้นมหานครนิวยอร์กซึ่งเคยเต็มไปด้วยผู้คนกลับกลายเป็นเมืองร้างที่ถูกธรรมชาติเข้ายึดครอง ผู้รอดชีวิตที่ยังคงใช้ชีวิตอยู่คือ โรเบิร์ต เนวิลล์ นักไวรัสวิทยาและอดีตนายทหารผู้มีภูมิคุ้มกันต่อเชื้อ เขาใช้ชีวิตร่วมกับสุนัขคู่ใจชื่อแซมออกล่าสัตว์หาเสบียงและส่งสัญญาณวิทยุทุกวันเพื่อค้นหาผู้รอดชีวิตคนอื่น ขณะเดียวกันเขายังคงทำการทดลองในห้องปฏิบัติการภายในบ้านเพื่อค้นหาวิธีรักษาเชื้อที่เปลี่ยนมนุษย์ให้กลายเป็นอสูรราตรี หนังไม่ได้รีบอธิบายทุกอย่างให้ผู้ชมเข้าใจทันทีแต่เลือกค่อย ๆ เปิดเผยอดีตผ่านความทรงจำและเหตุการณ์ย้อนหลังทำให้เราได้เรียนรู้ว่าโรเบิร์ตสูญเสียครอบครัวไปอย่างไรและเหตุใดเขาจึงยังเลือกอยู่ในเมืองแห่งนี้ต่อไป ความโดดเดี่ยวเริ่มกัดกินจิตใจของเขา การพูดคุยกับหุ่นโชว์ตามร้านค้าและการพึ่งพาสุนัขเพียงตัวเดียวสะท้อนถึงความเปราะบางของมนุษย์ที่ต้องเผชิญกับความเงียบอย่างยาวนาน เมื่อโรเบิร์ตเริ่มค้นพบเบาะแสสำคัญเกี่ยวกับการรักษาเขาก็ต้องเผชิญกับความจริงที่น่ากลัวมากขึ้นเกี่ยวกับสิ่งมีชีวิตที่เขาเคยมองว่าเป็นเพียงสัตว์ประหลาด การมาถึงของผู้รอดชีวิตคนอื่นทำให้เขาต้องตัดสินใจครั้งสำคัญระหว่างการรักษาชีวิตของตัวเองกับการฝากความหวังไว้ให้มนุษยชาติในอนาคต และนั่นคือจุดที่คำว่าตำนานในชื่อเรื่องเริ่มมีความหมายมากกว่าที่เห็นในตอนแรก
เมื่อดูจบเราให้คะแนน 7.9 เต็ม 10 ซึ่งจุดแข็งที่สุดของหนังคือการสร้างบรรยากาศของความโดดเดี่ยวได้อย่างทรงพลัง การให้ตัวละครหลักแทบจะต้องแบกหนังทั้งเรื่องเพียงลำพังเป็นความเสี่ยงที่ได้ผลเกินคาด เพราะ Will Smith สามารถถ่ายทอดทั้งความเข้มแข็ง ความเหนื่อยล้า และความกลัวได้อย่างน่าประทับใจ การเล่าเรื่องค่อยเป็นค่อยไปเปิดโอกาสให้ผู้ชมปะติดปะต่อปริศนาด้วยตัวเองแทนการอธิบายทุกอย่างออกมาตรง ๆ ช่วยเพิ่มเสน่ห์ให้กับหนังอย่างมาก งานโปรดักชันถือว่ายอดเยี่ยมโดยเฉพาะการสร้างมหานครนิวยอร์กให้กลายเป็นเมืองร้างที่ทั้งสวยงามและน่าหวาดกลัว ถนนที่ว่างเปล่า รถยนต์ที่ถูกทิ้งร้าง และธรรมชาติที่กลับมายึดพื้นที่ของมนุษย์สร้างภาพจำที่ทรงพลังสุด ๆ มุมกล้องเลือกใช้ภาพกว้างเพื่อเน้นความเล็กและโดดเดี่ยวของตัวละครท่ามกลางเมืองขนาดใหญ่ ขณะที่ฉากกลางคืนใช้เงามืด ด้านแสงสีหนังใช้โทนอุ่นในช่วงกลางวันและเปลี่ยนเป็นโทนเย็นมืดหม่นในช่วงกลางคืน งานเสียงถือเป็นอีกหนึ่งจุดเด่นเพราะความเงียบถูกใช้เป็นอาวุธสร้างความตึงเครียดได้ดีพอ ๆ กับดนตรีประกอบ ส่วนเอฟเฟ็กของสิ่งมีชีวิตกลายพันธุ์แม้บางฉากจะเริ่มเห็นข้อจำกัดของเทคโนโลยี CGI ในยุคนั้นแต่โดยรวมยังทำหน้าที่ได้ดีในการสร้างความน่ากลัว แม้ช่วงท้ายและบทสรุปจะยังเป็นประเด็นถกเถียงในหมู่แฟนหนังแต่โดยรวมแล้วภาพยนตร์นี้ยังคงเป็นหนังโลกหลังหายนะที่น่าจดจำที่สุด


7.4


