Lady Scorpions (2024) เลดี้ สกอร์เปี้ยน
5.9Lady Scorpions (2024) เลดี้ สกอร์เปี้ยน หนังแอ็กชันสืบสวนที่มีกลิ่นอายหนังบู๊ยุค 90 อย่างชัดเจน กำกับออกมาในสไตล์เรียบง่ายแต่เน้นฉากต่อสู้แบบประชิดตัวเป็นหลัก โดยได้ซินเธีย ร็อธร็อกกลับมารับบทนักสู้รุ่นเก๋าที่แฟนหนังบู๊คุ้นหน้ากันดี ร่วมด้วยเจฟฟ์ เฟเฮย์ และนักแสดงรุ่นใหม่ที่เข้ามาเติมพลังให้เรื่องราว หนังเล่าถึงการตามล่าช่วยเหลือเด็กสาวที่ถูกลักพาตัว ซึ่งกลายเป็นภารกิจสำคัญที่ทำให้คนในครอบครัวต้องกลับมาจับมือกันอีกครั้ง แม้พล็อตจะไม่ได้แปลกใหม่มากแต่ก็มีความสนุกจากความสัมพันธ์ของคนต่างวัยและฉากต่อสู้ที่จัดมาให้ดูต่อเนื่องตลอดเรื่อง
คลอเดียอดีตเจ้าหน้าที่เอฟบีไอที่วางมือจากงานภาคสนามไปนานแล้ว ใช้ชีวิตอย่างสงบหลังผ่านเหตุการณ์อันหนักหน่วงมาหลายปี แต่ความสงบก็จบลงเมื่อเคทลูกสาวของคลอเดียติดต่อมาขอความช่วยเหลือ หลังจากแมดดี้หลานสาวถูกแก๊งอาชญากรรมข้ามชาติลักพาตัวไปอย่างไร้ร่องรอย ตำรวจท้องถิ่นไม่สามารถหาความคืบหน้าได้มากนักทำให้คลอเดียตัดสินใจกลับมาลงสนามอีกครั้ง แม้จะรู้ดีว่าภารกิจนี้เต็มไปด้วยอันตรายระหว่างการสืบสวนคลอเดียและเคทพบว่ากลุ่มคนร้ายมีเครือข่ายอยู่หลายประเทศและเกี่ยวข้องกับขบวนการค้ามนุษย์ระดับใหญ่ ยิ่งค้นลึกเท่าไรความจริงก็ยิ่งน่ากลัวมากขึ้น ทั้งสองคนต้องเดินทางตามเบาะแสจากเมืองหนึ่งไปอีกเมืองหนึ่ง พร้อมเผชิญหน้ากับมือปืนนักฆ่าและผู้มีอิทธิพลที่พยายามปิดปากพวกเธอ ระหว่างทางความสัมพันธ์ที่เคยห่างเหินระหว่างแม่และลูกก็เริ่มกลับมาดีขึ้น เพราะต่างฝ่ายต่างต้องพึ่งพากันเพื่อเอาชีวิตรอดเมื่อเบาะแสสุดท้ายชี้ไปยังฐานปฏิบัติการของแก๊งอาชญากร คลอเดียและเคทจึงตัดสินใจบุกเข้าไปช่วยแมดดี้ด้วยตัวเอง นำไปสู่การต่อสู้ครั้งใหญ่ที่ต้องใช้ทั้งประสบการณ์ความกล้าหาญและความรักของคนในครอบครัวเป็นพลังสำคัญ ก่อนจะปิดฉากด้วยการสะสางบัญชีแค้นและช่วยเหลือคนที่รักกลับมาได้สำเร็จ
จุดที่น่าสนใจคือการพาคนดูย้อนบรรยากาศหนังบู๊ยุคเก่า ฉากแอ็กชันหลายฉากเน้นการต่อสู้ด้วยมือเปล่า เตะต่อยและศิลปะการป้องกันตัวมากกว่าการใช้เทคนิคพิเศษอลังการ ซินเธีย ร็อธร็อกยังคงมีเสน่ห์ในบทนักสู้รุ่นเก๋าและแบกหนังเอาไว้ได้ดี แม้อายุจะมากขึ้นแต่ลีลาการต่อสู้ยังดูคล่องแคล่วและน่าเชื่อถือ ขณะที่ความสัมพันธ์ระหว่างคลอเดียกับเคทถือเป็นอีกจุดที่ช่วยเพิ่มมิติให้เรื่องมากกว่าการเป็นหนังไล่ล่าธรรมดา อย่างไรก็ตามบทหนังยังค่อนข้างเดินตามสูตรสำเร็จหลายจุดสามารถเดาเหตุการณ์ล่วงหน้าได้ไม่ยาก และตัวร้ายยังไม่ได้โดดเด่นมากนักงานสร้างก็เป็นสเกลเล็กไม่ได้มีฉากใหญ่หรือความตื่นตาแบบหนังฟอร์มยักษ์ แต่ถ้ามองในฐานะหนังบู๊ดูเพลินที่เน้นความคลาสสิกและความสะใจจากฉากต่อสู้ เรื่องนี้ถือว่าทำหน้าที่ได้ดีพอสมควร โดยรวมให้คะแนน 5.9/10 เป็นหนังแอ็กชันสายคลาสสิกที่ดูง่าย สนุกพอตัวและน่าจะถูกใจแฟนหนังบู๊ยุคเก่าไม่น้อย


6.7



