White Snake 2 Green Snake (2021) นางพญางูขาว 2 นาคามรกต
5.5White Snake 2: Green Snake (2021) นางพญางูขาว 2 นาคามรกต ภาพยนตร์แอนิเมชันแฟนตาซีที่ต่อยอดจากเรื่อง White Snake (2019) โดยนำตำนานงูขาวของจีนมาตีความใหม่ในสไตล์ร่วมสมัยที่กำกับโดย Amp Wong (Huang Jiakang) นักแสดงนำ Tang Xiaoxi, Zhang Fuzheng, Wei Chao, Zhao Mingzhou, และ Ma Cheng หนังแนวแอนิเมชัน / แอ็กชัน เกี่ยวกับหลังจากการต่อสู้ครั้งใหญ่ในภาคแรกเสี่ยวชิงถูกส่งมายังเมืองอาซูรา ดินแดนลึกลับที่เต็มไปด้วยวิญญาณและผู้คนจากหลากหลายยุคสมัย ซึ่งทุกคนต่างต้องดิ้นรนเอาชีวิตรอดในโลกอันโหดร้ายแห่งนี้ แม้จะเผชิญอันตรายรอบด้านเธอยังคงมุ่งมั่นค้นหาวิธีกลับไปช่วยไป๋ซู่เจินพี่สาวที่ถูกจองจำ ระหว่างการเดินทางเสี่ยวชิงได้พบพันธมิตรและศัตรูมากมายพร้อมเผชิญบททดสอบที่ทำให้ต้องเลือกระหว่างความแค้น ความเสียสละ และความผูกพันในครอบครัวจนนำไปสู่การค้นพบความจริงเกี่ยวกับชะตากรรมของตนเองและพลังที่ซ่อนอยู่ภายใน
เมื่อเสี่ยวชิงถูกพลังจากการต่อสู้ส่งเข้าสู่เมืองอาซูรา ดินแดนเหนือกาลเวลาที่เต็มไปด้วยผู้คนจากหลากหลายยุคซึ่งต้องดิ้นรนเอาชีวิตรอดภายใต้กฎอันโหดร้าย เป้าหมายเดียวของเธอคือหาทางกลับไปช่วยไป๋ซู่เจินพี่สาวที่ถูกกักขังอยู่ใต้เจดีย์เหลยเฟิงแต่การหลบหนีจากโลกแห่งนี้กลับยากกว่าที่คิด เพราะทุกเส้นทางเต็มไปด้วยศัตรู ปีศาจ และอันตรายที่พร้อมพรากชีวิตได้ทุกเมื่อ ระหว่างการเดินทางเธอได้พบกับชายสวมหน้ากากผู้ลึกลับซึ่งคอยช่วยเหลือในหลายเหตุการณ์ แม้จะไม่เปิดเผยตัวตนที่แท้จริงแต่ทั้งสองค่อย ๆ สร้างความไว้วางใจจากการร่วมฝ่าฟันอุปสรรค ไม่ว่าจะเป็นการต่อสู้กับปีศาจ การเอาชีวิตรอดจากพายุแห่งการทำลายล้างหรือการเผชิญหน้ากับผู้มีอำนาจในเมืองอาซูรา ทุกเหตุการณ์ทำให้ตัวเอกเติบโตทั้งด้านจิตใจและความแข็งแกร่ง แต่ดูเหมือนว่าเมื่อเข้าใกล้ความจริงเกี่ยวกับดินแดนแห่งนี้เธอเริ่มตระหนักว่าการยึดติดกับอดีตอาจเป็นพันธนาการที่แท้จริง ขณะเดียวกันความลับของชายผู้ร่วมเดินทางก็ถูกเปิดเผยพร้อมเชื่อมโยงกับโชคชะตาที่ดำเนินมาตั้งแต่ภาคก่อน ทำให้ทุกการตัดสินใจส่งผลต่ออนาคตของทั้งสองโลก
หลังจากดูผมรู้สึกว่านี่เป็นแอนิเมชันที่โดดเด่นด้านงานภาพมากกว่าเนื้อเรื่องอย่างชัดเจน สิ่งที่ประทับใจที่สุดคือการออกแบบโลกอาซูราที่แปลกใหม่ รายละเอียดของเมือง ฉากหลัง และบรรยากาศหลังวันสิ้นโลกทำออกมาได้สวยและมีเอกลักษณ์ มุมกล้องเคลื่อนที่ลื่นไหลโดยเฉพาะฉากไล่ล่าและฉากต่อสู้ที่ให้ความรู้สึกเหมือนกำลังดูหนังฟอร์มยักษ์ สีสันเลือกใช้โทนนีออนผสมกับโทนหม่นทำให้ภาพมีมิติและดูทันสมัย ขณะที่เอฟเฟ็กต์พลังเวท ควัน น้ำ และแสงต่าง ๆ ทำออกมาได้เนียนตาและช่วยยกระดับงานภาพได้มาก ด้านการพากย์เสียงก็ถ่ายทอดอารมณ์ของตัวละครได้ดีโดยเฉพาะช่วงที่ต้องแสดงความสับสน ความเจ็บปวด และความมุ่งมั่น ทำให้ผู้ชมอินกับการเดินทางของตัวเอกได้พอสมควร อย่างไรก็ตามจุดด้อยของเรื่องคือการเล่าเรื่องที่ค่อนข้างซับซ้อน หลายช่วงดำเนินเร็วและอธิบายรายละเอียดของโลกใหม่ไม่มากพอส่งผลให้บางฉากดูสวยแต่ขาดอารมณ์ร่วม อีกทั้งตัวละครรองหลายคนมีบทน่าสนใจแต่ไม่ได้รับการขยายความเท่าที่ควร โดยรวมผมมองว่าเป็นแอนิเมชันที่ควรดูเพราะงานสร้าง แต่บทภาพยนตร์ยังไม่แข็งแรงเท่าภาพที่นำเสนอผมให้คะแนนหนังเรื่องนี้อยู่ที่ 5.5/10


9.9



