Ouija: A New Beginning (2025)
5.8ภาพยนต์เรื่อง Ouija: A New Beginning (2025) เป็นหนังแนวสยองขวัญลึกลับระทึกขวัญจากประเทศสหรัฐอเมริกากำกับโดยเจสัน ฮอว์กินส์ นักแสดงหลักได้แก่ เอลิสซา ดาวลิง รับบท มอลลี ไพรซ์, ซานาเอะ ลูตซิส รับบท เพนนี ไพรซ์, ฮอลแลนด์ ฮาวาราห์ เอลิซาเบธ รับบท เอเวอรี ไพรซ์, และ คารา เพียร์ชเนอร์ รับบท ฮาร์เปอร์ ค็อกซ์ เรื่องราวติดตาม มอลลี ไพรซ์ หญิงม่ายที่พาลูกสาวหลบหนีจากอดีตอันเลวร้ายเพื่อเริ่มต้นชีวิตใหม่ แต่เมื่อ เอเวอรี ลูกสาวคนโตพบกระดานวิญญาณอุยจาและพยายามติดต่อพ่อผู้ล่วงลับ เธอกลับปลุกวิญญาณแม่มดโบราณที่แฝงตัวอยู่ในอีกมิติให้เข้ามาสิงร่างโดยไม่รู้ตัว
เรื่องราวหลังจากสูญเสียสามีมอลลีไพรซ์ต้องพาลูกสาวสองคนคือเอเวอรีไพรซ์และเพนนีไพรซ์ย้ายไปเริ่มต้นชีวิตใหม่เพื่อหลีกหนีอดีตอันแสนเจ็บปวด ทั้งสามหวังว่าจะได้ใช้ชีวิตอย่างสงบ แต่ไม่นานเอเวอรีก็พบกระดานวิญญาณอุยจาและเกิดความคิดที่จะใช้มันติดต่อกับวิญญาณของพ่อผู้ล่วงลับ ด้วยความคิดว่าอาจได้รับคำปลอบโยนหรือคำตอบที่ค้างคาใจ แต่การเล่นครั้งนั้นกลับเปิดประตูให้วิญญาณของแม่มดโบราณเข้ามาครอบงำโดยไม่รู้ตัว หลังจากนั้นเหตุการณ์เหนือธรรมชาติเริ่มเกิดขึ้นภายในบ้าน ทั้งเสียงปริศนาเงาลึกลับและพฤติกรรมของเอเวอรีที่เปลี่ยนไปอย่างน่ากลัว มอลลีพยายามหาความจริงเกี่ยวกับกระดานอุยจาพร้อมขอความช่วยเหลือจากผู้ที่เคยเผชิญเหตุการณ์คล้ายกัน ขณะที่พลังชั่วร้ายค่อย ๆ แข็งแกร่งขึ้นครอบครัวต้องร่วมมือกันหาทางหยุดคำสาปก่อนที่วิญญาณร้ายจะครอบครองทุกคนอย่างถาวร ภาพยนตร์เน้นบรรยากาศหลอนและความสัมพันธ์ของแม่กับลูกที่ต้องต่อสู้กับสิ่งเหนือธรรมชาติไปพร้อมกัน
ถ้าใครชอบหนังผีที่ไม่ได้เน้นตุ้งแช่อย่างเดียวแต่ค่อย ๆ สร้างบรรยากาศกดดันไปเรื่อย ๆ เรื่องนี้ถือว่าดูเพลินกว่าที่คิดหนังเลือกเล่าเรื่องผ่านครอบครัวเล็ก ๆ ที่ต้องเผชิญกับเหตุการณ์เหนือธรรมชาติ ทำให้คนดูรู้สึกอินกับตัวละครมากกว่าการเน้นฉากตกใจแบบรัว ๆ ช่วงแรกอาจเดินเรื่องช้าเพื่อปูพื้นความสัมพันธ์ของแม่กับลูก แต่พอเรื่องเริ่มเข้มข้นก็แทบไม่มีช่วงให้น่าเบื่อ ด้านงานภาพและ CG ไม่ได้จัดเต็มแบบหนังทุนสูง แต่ก็ใช้เอฟเฟกต์ได้พอดีเน้นแสงเงาและเสียงมากกว่าการโชว์ผีแบบเต็มตัว จึงช่วยสร้างความหลอนได้ดี หลายฉากทำให้รู้สึกอึดอัดและลุ้นว่าตัวละครจะเจอกับอะไรต่อ นักแสดงโดยเฉพาะคนที่รับบทมอลลีและเอเวอรีถ่ายทอดอารมณ์ของคนเป็นแม่และลูกที่ต้องเผชิญความกลัวได้ค่อนข้างเป็นธรรมชาติ ทำให้เรื่องมีมิติด้านความสัมพันธ์ในครอบครัวมากกว่าหนังผีทั่วไป โดยรวมแล้วเรื่องนี้อาจไม่ได้มีพล็อตใหม่มากนัก แต่การเล่าเรื่องค่อนข้างไหลลื่นและมีจังหวะหลอนสลับกับความตึงเครียดตลอดทั้งเรื่อง เหมาะกับคนที่ชอบหนังสยองขวัญบรรยากาศกดดัน ดูตอนกลางคืนยิ่งได้อารมณ์ แม้จะไม่ใช่หนังผีที่น่ากลัวที่สุดของปี แต่ก็เป็นอีกเรื่องที่ดูจบแล้วทำให้ไม่ค่อยอยากหยิบกระดานอุยจามาลองเล่นแน่นอนโดยรวมแล้วคะแนนรีวิวหนังเรื่องนี้ขอให้ที่ 5.8 / 10 คะแนน


7.4


