Ice Road: Vengeance (2025)
6.9Ice Road: Vengeance (2025) เป็นภาคต่อของหนังเอาตัวรอดที่ยังคงได้ เลียม นีสัน กลับมารับบทไมค์ แม็คแคนน์ คนขับรถบรรทุกจอมอึดที่ชอบตกอยู่ในสถานการณ์อันตรายเกินกว่าคนทั่วไปจะรับมือไหว ภาคนี้กำกับและเขียนบทโดยโจนาธาน เฮนสลีย์ พร้อมเสริมทัพด้วยฟ่าน ปิงปิง ในบทดานี ไกด์สาวชาวเนปาลและ มาร์คัส โธมัส ในบทหนึ่งในผู้เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์สำคัญของเรื่อง หนังเปลี่ยนจากเส้นทางน้ำแข็งสุดโหดมาเป็นภูเขาหิมาลัยอันสูงชัน แต่ยังคงบรรยากาศการไล่ล่าการเอาชีวิตรอดและฉากแอ็กชันที่จัดเต็มเหมือนเดิมเป็นหนังดูง่ายที่เน้นความบันเทิงและความระทึกเป็นหลัก
เริ่มต้นเมื่อไมค์ แม็คแคนน์ เดินทางมายังประเทศเนปาลเพื่อทำตามคำสั่งเสียของพี่ชายด้วยการนำอัฐิขึ้นไปโปรยบนเส้นทางใกล้ยอดเขาเอเวอเรสต์ การเดินทางครั้งนี้ควรจะเป็นเพียงภารกิจส่วนตัวที่เต็มไปด้วยความทรงจำ แต่ทุกอย่างกลับเปลี่ยนไปเมื่อไมค์ได้พบกับดานีไกด์สาวท้องถิ่นที่คอยช่วยเหลือนักท่องเที่ยว ระหว่างการเดินทางทั้งสองบังเอิญเข้าไปพัวพันกับเหตุลักพาตัวที่เกี่ยวข้องกับกลุ่มทหารรับจ้างและเครือข่ายผู้มีอิทธิพลในพื้นที่ เมื่อพยานสำคัญคนหนึ่งตกเป็นเป้าหมายของคนร้าย ไมค์จึงจำใจต้องเข้ามาช่วยเหลือแม้จะไม่ได้เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้โดยตรงก็ตาม จากนั้นสถานการณ์ก็บานปลายอย่างรวดเร็วกลุ่มทหารรับจ้างติดอาวุธเริ่มไล่ล่าทุกคนที่รู้ความลับของแผนการสมคบคิด ทำให้ทั้งสองคนต้องใช้รถบรรทุกฝ่าเส้นทางภูเขาอันตราย ทั้งถนนแคบหน้าผาสูงหิมะถล่มและการโจมตีจากศัตรูตลอดเวลา ระหว่างทางไมค์ต้องใช้ประสบการณ์การขับรถและการเอาตัวรอดที่สั่งสมมาช่วยเหลือผู้บริสุทธิ์หลายคน ขณะเดียวกันดานีก็พิสูจน์ให้เห็นว่าไม่ได้เป็นเพียงไกด์ธรรมดาแต่ยังกล้าหาญและพร้อมสู้เพื่อปกป้องบ้านเกิดของตัวเอง เมื่อความจริงเบื้องหลังการคอร์รัปชันถูกเปิดเผย การเผชิญหน้าครั้งสุดท้ายจึงเกิดขึ้นกลางเส้นทางภูเขาที่เต็มไปด้วยอันตราย ไมค์ต้องตัดสินใจเสี่ยงชีวิตอีกครั้งเพื่อหยุดยั้งคนร้ายและช่วยให้ผู้บริสุทธิ์รอดพ้นจากแผนชั่วร้ายก่อนที่ทุกอย่างจะสายเกินไป
หลังดูจบต้องบอกว่าเป็นหนังที่ยังคงขายเสน่ห์ของเลียม นีสันได้ดีแม้พล็อตจะไม่ได้แปลกใหม่มากนัก แต่การได้เห็นไมค์ แม็คแคนน์ลุยปัญหาแบบไม่ยอมแพ้ก็ยังดูสนุกอยู่เสมอ จุดเด่นของหนังคือการถ่ายภาพเทือกเขาหิมาลัยที่สวยและยิ่งใหญ่ ทำให้หลายฉากดูอลังการและช่วยเพิ่มความรู้สึกอันตรายให้กับการเดินทางได้ดี ฟ่าน ปิงปิง ในบท ดานี ก็ช่วยเติมสีสันให้เรื่องได้พอสมควร เคมีระหว่างดานีกับไมค์ทำให้เรื่องไม่แห้งจนเกินไป ส่วนฉากแอ็กชันมีมาเรื่อย ๆ ทั้งการไล่ล่าการต่อสู้และการขับรถฝ่าอุปสรรค แต่ยอมรับว่าหลายฉากยังดูเกินจริงและซีจีบางช่วงค่อนข้างลอยจนลดความสมจริงลงไปบ้าง ฝั่งตัวร้ายมีจำนวนมากแต่ขาดความน่าจดจำ ทำให้แรงกดดันของเรื่องไม่สูงเท่าที่ควร อย่างไรก็ตาม หากมองเป็นหนังเอาตัวรอดดูเพลิน ๆ ไม่คิดมาก เรื่องนี้ยังให้ความบันเทิงได้ดี เดินเรื่องเร็วดูง่ายและมีฉากลุ้นเป็นระยะตลอดทั้งเรื่อง อาจไม่สนุกเท่าภาคแรกแต่ก็ยังเป็นภาคต่อที่ดูได้เรื่อย ๆ สำหรับแฟนหนังของ เลียม นีสันและคนที่ชอบหนังแอ็กชันผจญภัยบนเส้นทางสุดอันตราย ให้คะแนนอยู่ที่ 6.9/10


7.4


