Red Sonja (2025) บัลลังก์เลือด
5.0Red Sonja (2025) บัลลังก์เลือด ภาพยนตร์แนวแอ็กชันผจญภัย กับกำการแสดงโดย M.J. Bassett นักแสดงนำ Matilda Lutz รับบท เรด ซอนยา, Wallis Day รับบท ดาร์ก แอนนิเซีย, Robert Sheehan รับบท เดรย์แกน, Michael Bisping รับบท ฮอว์ก, และ Martyn Ford รับบท นายพลคาร์ลัก ในโลกแฟนตาซีที่เต็มไปด้วยความโหดร้าย การแย่งชิงอำนาจ และเวทมนตร์ที่อันตราย เรื่องราวติดตามหญิงนักรบผู้มีอดีตเจ็บปวดซึ่งถูกหล่อหลอมจากการสูญเสียและการต่อสู้ เธอลุกขึ้นยืนหยัดเพื่อต่อกรกับอำนาจทรราชที่กดขี่ผู้คน พร้อมกับเผชิญหน้ากับศัตรูที่แข็งแกร่งทั้งในสนามรบและในจิตใจของตัวเอง ระหว่างการเดินทางเธอได้พบทั้งพันธมิตรและศัตรูที่มีเป้าหมายต่างกัน บางคนพร้อมจะยืนเคียงข้างขณะที่บางคนซ่อนความทะเยอทะยานไว้เบื้องหลัง ดูเหมือนว่าความขัดแย้งไม่ได้มีแค่การต่อสู้ด้วยดาบ แต่ยังรวมถึงการตัดสินใจที่ยากลำบากระหว่างการล้างแค้นส่วนตัวกับการเป็นผู้นำที่ต้องปกป้องผู้คน
เรด ซอนยาหญิงสาวธรรมดาที่เคยมีทุกอย่างก่อนจะถูกอำนาจเผด็จการในดินแดนบ้านเกิดทำลายลงอย่างไม่เหลือชิ้นดี ทั้งครอบครัว บ้านเกิด และอิสรภาพถูกพรากไปในชั่วพริบตา ความสูญเสียเหล่านั้นไม่ได้ทำให้เธอล้มลงแต่กลายเป็นเชื้อไฟที่หล่อหลอมให้เธอลุกขึ้นใหม่ในฐานะนักรบผู้แข็งแกร่งทำให้เธอหันมาฝึกฝนดาบด้วยความมุ่งมั่นและความแค้นที่ฝังลึกจนกลายเป็นผู้ที่ไม่มีใครกล้าต่อกร การเดินทางของเธอไม่ได้หยุดอยู่แค่การเอาชีวิตรอดแต่ค่อย ๆ กลายเป็นภารกิจในการช่วยเหลือผู้คนที่ถูกกดขี่จากอำนาจที่ไม่เป็นธรรม เธอเดินทางข้ามดินแดนเผชิญหน้ากับความโหดร้ายของโลกที่เต็มไปด้วยสงครามและการแย่งชิงอำนาจ จนกระทั่งได้ยินข่าวการขยายอำนาจของเดรย์แกนผู้ปกครองที่ใช้ทั้งกำลังและเวทมนตร์มืดกดขี่ผู้คนอย่างไร้ความปรานี อาณาจักรต่าง ๆ ถูกบังคับให้สยบต่ออำนาจของเขา พร้อมกับการปรากฏตัวของดาร์ก แอนนิเซียนักรบหญิงผู้เป็นดั่งเงามืดคอยกำจัดทุกคนที่ขัดขวางโดยไม่ลังเล เมื่อซอนยาได้เห็นความสูญเสียที่เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ เธอเริ่มตระหนักว่าการต่อสู้เพียงลำพังไม่อาจหยุดยั้งอำนาจมหาศาลนี้ได้ เธอจึงเริ่มรวบรวมผู้คนที่มีเป้าหมายเดียวกันแม้จะมาจากภูมิหลังที่แตกต่างกัน กลุ่มเล็ก ๆ นี้ประกอบไปด้วยฮอว์กนักรบผู้ยึดมั่นในเกียรติและความภักดี และนายพลคาร์ลักอดีตขุนศึกที่เคยรับใช้ฝ่ายตรงข้ามมาก่อนแต่เลือกจะหันหลังให้กับอดีตเพื่อไถ่บาปของตัวเอง การรวมตัวของพวกเขากลายเป็นจุดเริ่มต้นของการต่อต้านครั้งสำคัญจากกลุ่มเล็ก ๆ ที่ไม่มีใครคาดคิดกลายเป็นประกายไฟที่จุดชนวนความหวังให้ผู้คนลุกขึ้นสู้
หนังนำเสนอความเป็นแฟนตาซีสายดาร์กได้อย่างชัดเจน ทั้งงานออกแบบโลก อาวุธ และเครื่องแต่งกายที่ดูหนักแน่นและสมจริง ฉากต่อสู้ถูกจัดวางให้มีความต่อเนื่องและเข้มข้นอีกทั้งยังใช้มุมกล้องใกล้และการเคลื่อนไหวเร็วเพื่อเน้นแรงปะทะของการต่อสู้ นักแสดงนำถ่ายทอดความแข็งแกร่งและบาดแผลทางจิตใจได้อย่างน่าสนใจ โดยเฉพาะตัวเอกที่ทำให้ผู้ชมเชื่อในแรงผลักดันของตัวละคร ขณะที่ตัวร้ายก็มีเสน่ห์ในแบบที่ทั้งน่ากลัวและน่าจดจำ ถือว่าเป็นเอกลักษณ์และทำให้คนดูจดจำตัวละครได้ค่อนข้างดีเลยทีเดียว ส่วนตัวมองว่าโครงเรื่องค่อนข้างชัดเจนมาก ๆ แม้ว่าจะคาดเดาง่ายแต่ก็ถือว่าเป็นหนังที่สนุกและยังสร้างความตื่นเต้นให้ได้ โดยรวมคะแนนหนังอยู่ที่ 10/10


7.4


