Eleanor the Great (2025)
4.6Eleanor the Great (2025) เป็นภาพยนตร์แนวคอมเมดี้-ดราม่า ที่กำกับโดย Scarlett Johansson ซึ่งถือเป็นผลงานการกำกับภาพยนตร์ขนาดยาวเรื่องแรกของเธอ นำแสดงโดย June Squibb ในบท Eleanor Morgenstein, Erin Kellyman รับบท Nina Davis, Jessica Hecht รับบท Lisa, Chiwetel Ejiofor รับบท Roger Davis, และ Rita Zohar รับบท Bessie Stern เรื่องราวถ่ายทอดชีวิตของหญิงชราวัย 94 ปีที่ต้องเผชิญกับความสูญเสียครั้งใหญ่ และเริ่มต้นบทใหม่ของชีวิตในนครนิวยอร์ก ท่ามกลางมิตรภาพ ความทรงจำ และเรื่องราวที่เชื่อมโยงผู้คนต่างวัยเข้าหากันได้อย่างอบอุ่นและกินใจ อให้ผู้ชมได้ค้นพบด้วยตัวเองในหนังเต็มเรื่อง
เรื่องราวมันเริ่มจากจูนคุณยายวัย 90 กว่าปีที่เป็นคนชนชั้นแรงงานธรรมดา ๆ คนหนึ่งที่มีนิสัยร่าเริง มองโลกในแง่ดี และเป็นคนตลกหน้าตาย แต่แล้ววันหนึ่งชีวิตของคุณยายกลับต้องพลิกผันและเผชิญหน้ากับความโศกเศร้าครั้งใหญ่เมื่อริตาเพื่อนสนิทที่สุดในชีวิตและเป็นเพื่อนร่วมห้องที่ใช้ชีวิตแชร์ทุกข์แชร์สุขด้วยกันมานานนับสิบปีได้จากไปอย่างไม่มีวันกลับ พอไม่มีเพื่อนรักอยู่ข้าง ๆ คอยปรับทุกข์อีกต่อไป จูนเลยต้องตัดสินใจเก็บข้าวของย้ายจากฟลอริดาเดินทางเข้ามาสู่เมืองใหญ่อย่างนิวยอร์กเพื่อเริ่มต้นชีวิตใหม่อีกครั้งในวัยไม้ใกล้ฝั่ง การเข้ามาอยู่ในเมืองหลวงที่เต็มไปด้วยความเร่งรีบและวุ่นวายมันไม่ได้ง่ายเลยแก เพราะจูนต้องเจอกับความเหงา ความโดดเดี่ยว และความอ้างว้างในสภาพแวดล้อมใหม่ ๆ ที่ไม่คุ้นเคย แต่แทนที่คุณยายจะยอมแพ้และนั่งซึมเศร้าอยู่กับบ้าน จูนกลับเลือกที่จะลุกขึ้นสู้ด้วยการพยายามออกไปทำความรู้จักกับผู้คนใหม่ ๆ ในชุมชน ออกไปตามหามิตรภาพครั้งใหม่ และพยายามเรียนรู้ที่จะใช้ชีวิตอยู่ด้วยตัวเองให้ได้อย่างสง่างามและมีความสุขในแต่ละวัน โดยในระหว่างทางคุณยายก็ได้พบเจอกับผู้คนหลากหลายอาชีพที่มีทั้งความน่ารักและความแปลกประหลาด เข้ามาสร้างสีสันและคอยเติมเต็มช่องว่างในใจที่ขาดหายไปทีละนิด ทำให้จูนเริ่มมองเห็นคุณค่าของชีวิตตัวเองอีกครั้ง แต่ว่าการปรับตัวและก้าวผ่านบาดแผลแห่งความสูญเสียในเมืองใหญ่ที่มีค่าครองชีพสูงและผู้คนเย็นชามันไม่ได้ราบรื่นขนาดนั้น เพราะในขณะที่คุณยายกำลังพยายามสร้างโลกใบใหม่ จูนก็ต้องเผชิญหน้ากับปัญหาเรื่องสุขภาพตามวัย อดีตอันขมขื่นที่ยังตามหลอกหลอน รวมถึงสถานการณ์ชวนปวดหัวและบททดสอบจิตใจมากมายที่ถาโถมเข้ามาท้าทายความแข็งแกร่งของคุณยายอยู่ตลอดเวลา แล้วสุดท้ายจูนจะสามารถยืนหยัดและเอาชนะความโดดเดี่ยวในเมืองใหญ่นี้เพื่อพิสูจน์ว่าตัวเองคือผู้ยิ่งใหญ่ตามชื่อเรื่องได้สำเร็จไหม มิตรภาพใหม่ ๆ ที่คุณยายพยายามตามหาจะช่วยเยียวยารอยร้าวในใจจากการจากไปของเพื่อนรักได้จริงหรือเปล่า ต้องไปร่วมติดตามและให้กำลังใจ
จูนถ่ายทอดบทบาทของคุณยายวัยเก๋าออกมาได้เปี่ยมเสน่ห์ คมคาย และน่ารักน่าเอ็นดูมาก ๆ แววตาที่ผสมผสานระหว่างความเหงาอันลึกซึ้งและความมุ่งมั่นในการสู้ชีวิตทำให้เราอินและพร้อมเอาใจช่วยได้ไม่ยากเลย เคมีในการร่วมงานกับนักแสดงสมทบคนอื่น ๆ ในเรื่องก็ดูเป็นธรรมชาติและเข้ากันได้อย่างลงตัว ชวนให้ยิ้มตามในหลาย ๆ ฉาก งานภาพและมุมกล้องของภาพยนตร์เรื่องนี้เน้นความเรียบง่าย คลาสสิก มีการใช้มุมกล้องระยะปานกลางสลับกับมุมแคบเพื่อสะท้อนภาพความโดดเดี่ยวของคุณยายท่ามกลางตึกรามบ้านช่องอันยิ่งใหญ่และวุ่นวายของมหานครนิวยอร์ก โทนสีของเรื่องทำออกมาได้ค่อนข้างดี เน้นแสงธรรมชาติสีหม่น ๆ ในช่วงแรกเพื่อสื่อถึงความเศร้า ก่อนจะค่อย ๆ ปรับให้ดูอบอุ่นและมีชีวิตชีวามากขึ้นตามการเปิดใจของคุณยาย ฉากและสภาพแวดล้อมรอบตัวจัดวางได้สมจริงสะท้อนวิถีชีวิตคนเมืองได้ชัดเจน โดยแทบไม่มีเอฟเฟกต์หรือเทคนิคซีจีหวือหวาเลย แต่เน้นขายฝีมือและการดำเนินเรื่องที่เรียบเรื่อยพร้อมดนตรีประกอบคลอเบา ๆ ภาพยนตร์เรื่องนี้เป็นงานดราม่าฟีลกู๊ดที่พยายามนำเสนอแง่คิดเรื่องการก้าวผ่านความสูญเสียและการเริ่มต้นใหม่ของผู้สูงอายุ แม้ว่าพล็อตเรื่องและการเล่าเรื่องในบางช่วงบางตอนจะดำเนินไปค่อนข้างช้าและสูตรสำเร็จเกินไปนิดนึงจนทำให้ความน่าติดตามดร็อปลงไปบ้าง แต่ก็ถือว่าเป็นหนังที่ให้ข้อคิดชีวิตที่ดีและดูได้เพลิน ๆ เราขอให้คะแนน 4.6/10


7.4


