ลักกันวันตาย (2025) Everybody Loves Me When I’m Dead
5.8ภาพยนต์เรื่อง ลักกันวันตาย (2025) Everybody Loves Me When I’m Dead เป็นภาพยนตร์อาชญากรรม ระทึกขวัญ และดราม่าจากประเทศไทย กำกับโดย นิธิวัฒน์ ธราธร นักแสดงนำประกอบด้วย ธีรเดช วงศ์พัวพันธ์ รับบท โต๊ะ, วชิรวิชญ์ วัฒนภักดีไพศาล รับบท เพชร, จุลจักร จักรพงษ์ รับบท วอดก้า, ฟาติมา เดชะวลีกุล รับบท เข็ม, และ พิธิพัทธ์ คูตระกูล รับบท วุฒิ เรื่องราวเริ่มต้นจากพนักงานธนาคารสองคนที่พบโอกาสในการขโมยเงินจำนวนมหาศาลจากบัญชีของลูกค้าที่เสียชีวิตและไม่มีผู้มาแสดงตัวรับมรดก ทั้งคู่เชื่อว่านี่คือโอกาสเปลี่ยนชีวิต แต่หลังจากลงมือพวกเขากลับพบว่าเงินดังกล่าวเป็นของกลุ่มอาชญากรอันตรายที่พร้อมตามล่าเพื่อนำทรัพย์สินคืน เหตุการณ์ที่ควรเป็นเพียงการโจรกรรมธรรมดาจึงบานปลายกลายเป็นเกมเอาชีวิตรอด
เรื่องราวเริ่มต้นเมื่อพนักงานธนาคารสองคนค้นพบช่องโหว่ในระบบเกี่ยวกับบัญชีของลูกค้าที่เสียชีวิตและยังไม่มีผู้มาแสดงสิทธิ์รับมรดก พวกเขามองว่านี่คือโอกาสเปลี่ยนชีวิต จึงร่วมกันวางแผนยักยอกเงินจำนวนมหาศาล โดยเชื่อว่าหากทำอย่างรอบคอบคงไม่มีใครจับได้ ในช่วงแรกทุกอย่างดูเหมือนเป็นไปตามแผน แต่ไม่นานทั้งคู่กลับพบว่าเงินที่ขโมยมาเกี่ยวข้องกับกลุ่มอาชญากรรม ซึ่งกำลังตามหาตัวผู้ที่นำเงินไป ขณะเดียวกันตำรวจก็เริ่มสืบสวนความผิดปกติของธุรกรรม ทำให้พวกเขาต้องหลบหนีทั้งจากกฎหมายและผู้มีอิทธิพล ระหว่างทางความโลภและความหวาดระแวงเริ่มทำลายความไว้ใจระหว่างคนร่วมแผน แต่ละคนต่างปกปิดความลับและพยายามเอาตัวรอดด้วยวิธีของตัวเอง ส่งผลให้เกิดการหักหลังและการตัดสินใจที่คาดไม่ถึงหลายครั้ง พวกเขาที่เคยเป็นเพื่อนร่วมงานค่อย ๆ กลายเป็นคนที่ไม่สามารถไว้ใจกันได้อีก เมื่อสถานการณ์เลวร้ายลง พวกเขาต้องเลือกระหว่างการเก็บเงินไว้กับการรักษาชีวิตของตัวเอง ทุกการตัดสินใจนำไปสู่ผลลัพธ์ที่รุนแรง และทำให้หลายคนต้องชดใช้กับสิ่งที่ก่อขึ้น
นี่เป็นหนังไทยที่หยิบเอาเรื่องการขโมยเงินการเอาตัวรอดและความโลภมาผสมกับอารมณ์ระทึกขวัญได้อย่างน่าสนใจ หนังเริ่มจากเหตุการณ์ที่ดูเหมือนเป็นแผนง่าย ๆ แต่ยิ่งดำเนินเรื่องก็ยิ่งบานปลาย จนตัวละครทุกคนต้องเผชิญกับผลลัพธ์ที่ตัวเองคาดไม่ถึง จุดเด่นของหนังคือการดำเนินเรื่องที่ค่อนข้างกระชับ มีทั้งช่วงลุ้นช่วงหักมุมและบทสนทนาที่แทรกอารมณ์ขันแบบพอดี ทำให้บรรยากาศไม่หนักจนเกินไป นักแสดงแต่ละคนถ่ายทอดบทบาทได้เป็นธรรมชาติ โดยเฉพาะเวลาที่ต้องแสดงความกดดันความกลัวและความเห็นแก่ตัว ซึ่งทำให้ตัวละครดูมีมิติและน่าเชื่อถือ งานภาพของหนังอยู่ในระดับดี การถ่ายทำใช้มุมกล้องช่วยสร้างความตึงเครียดในหลายฉาก โดยเฉพาะช่วงที่ตัวละครต้องหนีหรือเผชิญหน้ากับสถานการณ์คับขัน หลังดูจบจะรู้สึกว่าหนังต้องการสะท้อนให้เห็นว่าความโลภสามารถเปลี่ยนคนธรรมดาให้กลายเป็นคนที่พร้อมทำทุกอย่างเพื่อเงินได้ง่ายกว่าที่คิด แม้จะไม่ใช่หนังที่มีฉากแอ็กชันใหญ่โต แต่ก็มีความสนุกจากการลุ้นว่าตัวละครจะเอาตัวรอดอย่างไร และบทสรุปก็ทิ้งข้อคิดเกี่ยวกับผลของการตัดสินใจได้อย่างน่าสนใจ ถือเป็นอีกหนึ่งหนังไทยที่มีพล็อตแปลกใหม่และดูเพลินจนจบเรื่องครับ โดยรวมแล้วคะแนนรีวิวหนังเรื่องนี้ขอให้ที่ 5.8 / 10 คะแนน


7.4


