Good Boy (2025) มะหมาเห็นผี
5.8ภาพยนต์เรื่อง Good Boy (2025) มะหมาเห็นผี กำกับโดยยาน โคมาซา เป็นหนังแนวระทึกขวัญ-ดราม่า จากสหราชอาณาจักร/โปแลนด์ นำแสดงโดยสตีเฟน เกรแฮม รับบท คริส, แอนเดรีย ไรส์โบโรห์ รับบท แคธริน, และแอนสัน บูน รับบท ทอมมี่ เนื้อเรื่องพูดถึงวัยรุ่นอาชญากรชื่อทอมมี่ที่ถูกลักพาตัวโดยคู่สามีภรรยาปริศนา และถูกบังคับให้เข้ารับการบำบัดแบบสุดโต่ง เหตุการณ์ค่อย ๆ เผยให้เห็นด้านมืดของทั้งเหยื่อและผู้คุม ทำให้คนดูตั้งคำถามว่าใครกันแน่คือคนดี หนังมีบรรยากาศกดดันและจิตวิทยาหนักมาก
ทอมมี่วัยรุ่นที่มีประวัติอาชญากรรมถูกจับตัวโดยคู่สามีภรรยาลึกลับคริสและแคธรินทั้งคู่พาเขาไปยังบ้านห่างไกลและบอกว่าจะช่วยให้เขาเป็นคนดีในตอนแรก ทอมมี่คิดว่าเป็นแค่การบำบัดแบบเข้มงวด แต่ไม่นานเขาก็เริ่มเห็นสิ่งผิดปกติเสียงแปลก ๆ ในบ้านภาพหลอนและสุนัขที่ดูเหมือนจะมองเห็นบางสิ่งที่มนุษย์มองไม่เห็น คริสใช้วิธีบำบัดแบบโหดร้าย ทั้งการกดดันทางจิตใจและการลงโทษทำให้ทอมมี่เริ่มเสียสติ ขณะที่แคธรินดูเหมือนจะมีความเมตตาแต่ก็ซ่อนบางอย่างไว้ ทอมมี่เริ่มเห็นเงาของคนที่เคยเสียชีวิตในบ้านหลังนี้และเชื่อว่ามันเกี่ยวข้องกับอดีตของคริสและแคธริน เมื่อเขาพยายามหนีเขาพบว่าบ้านหลังนี้เหมือนกับดักที่ไม่มีทางออก ความจริงก็ถูกเปิดเผยคริสเคยสูญเสียลูกชายที่กลายเป็นอาชญากร และพยายามสร้างใหม่ผ่านเด็กคนอื่น แต่สิ่งที่น่ากลัวยิ่งกว่าคือวิญญาณของลูกชายยังคงอยู่ในบ้าน และคอยหลอกหลอนทุกคน ทอมมี่ต้องเผชิญทั้งคริสและสิ่งเหนือธรรมชาติ เขาตัดสินใจเผาบ้านเพื่อจบทุกอย่างแม้จะไม่แน่ใจว่าอะไรคือเรื่องจริงหรือภาพหลอน
เรื่องนี้คือดูแล้วหลอนแบบค่อย ๆ ซึม ไม่ได้มีผีโผล่ตุ้งแช่บ่อย ๆ แต่จะเป็นความรู้สึกแปลก ๆ ที่กดอยู่ตลอดทั้งเรื่อง การแสดงของทอมมี่คือเด่นมาก เราจะเห็นการเปลี่ยนแปลงของเขาชัด จากเด็กเกเรกลายเป็นคนที่เริ่มกลัวเริ่มสับสนและค่อย ๆ แตกสลายทางจิตใจ มันดูจริงจนรู้สึกอึดอัดตาม ส่วนคริสกับแคธรินคือคู่ที่น่ากลัวแบบไม่ต้องทำอะไรเยอะ แค่การพูดการมองก็รู้สึกไม่ปลอดภัยแล้ว โดยเฉพาะคริสที่ดูเหมือนคนมีเหตุผล แต่จริง ๆ คือกดดันสุด ๆ บรรยากาศของบ้านคือทำออกมาได้ดีมากทั้งแสงเสียงและมุมกล้อง ทำให้บ้านธรรมดากลายเป็นที่ที่ไม่น่าอยู่เลย เสียงหมา เสียงเดินหรือเสียงเบา ๆ ในบ้านคือทำให้หลอนได้แบบไม่ต้องมี CG เยอะ สิ่งที่น่ากลัวจริง ๆ ของเรื่องนี้ไม่ใช่ผี แต่เป็นคนและความคิดบิดเบี้ยวของพวกเขามันทำให้เรารู้สึกว่าทุกอย่างอาจเกิดขึ้นได้จริง ตอนจบคือปล่อยให้คิดต่อเอง ทำให้หลังดูจบยังรู้สึกค้าง ๆ และย้อนคิดว่าอะไรจริงอะไรหลอนกันแน่โดยรวมแล้วคะแนนรีวิวหนังเรื่องนี้ขอให้ที่ 10 / 10 คะแนน


7.4


