Baban Baban Ban Vampire (2025) วะวะวะวะ แวมไพร์กับนายเวอร์จิ้น
5.7ภาพยนต์เรื่อง Baban Baban Ban Vampire (2025) วะวะวะวะ แวมไพร์กับนายเวอร์จิ้น เป็นหนังแนวคอมเมดี้ แฟนตาซี โรแมนติก จากประเทศญี่ปุ่น กำกับโดย ชินจิ ฮามาซากิ (Shinji Hamasaki) ดัดแปลงจากมังงะดัง นักแสดงหลักได้แก่ เรียว โยชิซาวะ รับบท รันมารุ โมริ, คุราระ เอมิ รับบท ทามาโอะ ทัตสึโนะ, และ นานอกะ ฮาระ รับบท อาโออิ ชิโนซึกะ เรื่องราวของรันมารุ โมริ แวมไพร์หนุ่มที่ต้องการเลือดบริสุทธิ์ของชายเวอร์จิ้น ได้เข้าใกล้ ริวเซย์ เด็กหนุ่มใสซื่อ แต่เรื่องกลับวุ่นวายเมื่อเขาต้องคอยปกป้องไม่ให้ริวเซย์เสียความบริสุทธิ์ พร้อม ๆ กับความรู้สึกที่เริ่มเปลี่ยนไป
เรื่องราวสุดปั่นของรันมารุ โมริ แวมไพร์หนุ่มที่มีชีวิตยืนยาวมาหลายร้อยปี แต่กลับมีภารกิจแปลกประหลาด นั่นคือการตามหาเลือดบริสุทธิ์ของชายเวอร์จิ้นซึ่งเขาเชื่อว่าเป็นเลือดที่อร่อยที่สุด วันหนึ่งเขาได้พบกับริวเซย์เด็กหนุ่มมัธยมธรรมดาที่ยังไร้เดียงสา รันมารุจึงตัดสินใจเข้าไปใกล้ชิดเพื่อรอเวลาที่เหมาะสมในการดูดเลือด แต่ปัญหาคือริวเซย์เป็นคนซื่อมากและยังมีเพื่อนสาวอย่าง อาโออิ ชิโนซึกะ ที่แอบชอบเขาอยู่รันมารุต้องพยายามปกป้องความเวอร์จิ้นของริวเซย์ไม่ให้หายไปก่อนที่เขาจะได้กินเลือด ทำให้เกิดสถานการณ์ตลกมากมาย เช่น การขัดขวางไม่ให้ริวเซย์มีแฟน หรือพยายามกันสาว ๆ ออกจากเขา แต่เรื่องกลับซับซ้อนขึ้นเมื่อรันมารุเริ่มผูกพันกับริวเซย์จริง ๆ เขาเริ่มตั้งคำถามกับตัวเองว่าเขายังอยากกินเลือดเด็กหนุ่มคนนี้อยู่หรือไม่ หรือแท้จริงแล้วเขาแค่เหงาและต้องการใครสักคน รันมารุต้องเลือกระหว่างการทำตามสัญชาตญาณแวมไพร์หรือปกป้องคนที่เขาเริ่มรักในแบบเพื่อนมนุษย์ เรื่องจบลงแบบอบอุ่นปนฮา พร้อมทิ้งคำถามเรื่องความเป็นมนุษย์ในตัวสิ่งมีชีวิตอมตะ
เรื่องนี้มาอีกทางเลยเป็นหนังที่ดูเอาสนุกล้วน ๆ โคตรเพลินโคตรปั่น คาแรกเตอร์ของรันมารุ โมรินี่คือเด่นมากเป็นแวมไพร์ที่ทั้งเท่ทั้งฮาในเวลาเดียวกัน นักแสดงเล่นใหญ่แบบพอดี ๆ ไม่ล้นจนเกินไปทำให้มุกตลกมันออกมาลื่น ส่วนริวเซย์ก็เป็นเด็กหนุ่มใส ๆ ที่ดูแล้วเอ็นดูจริง ๆ เคมีระหว่างสองตัวละครมันแปลกแต่ลงตัว คือเหมือนเพื่อนก็ไม่ใช่ ศัตรูก็ไม่เชิง ยิ่งมี อาโออิ ชิโนซึกะ เข้ามาเพิ่มความวุ่นวาย ยิ่งทำให้เรื่องมันสนุกขึ้นไปอีก งานภาพกับ CG ไม่ได้อลังการมาก แต่สไตล์มันจะออกไปทางสีสันจัด ๆ แบบหนังญี่ปุ่นสายคอมเมดี้แฟนตาซีมีเอฟเฟกต์ตอนแวมไพร์ใช้พลังที่ดูตั้งใจให้ดูเว่อร์ ๆ ซึ่งมันเข้ากับโทนเรื่องดี ไม่ได้ดูขัด สิ่งที่ชอบคือ ถึงมันจะดูเหมือนหนังตลกไร้สาระ แต่จริง ๆ มันมีความอบอุ่นซ่อนอยู่ โดยเฉพาะช่วงท้ายที่รันมารุเริ่มลังเลว่าจะกินเลือดริวเซย์ดีไหม มันกลายเป็นโมเมนต์ที่รู้สึกว่าเออตัวละครมันมีมิติขึ้นมาดูจบแล้วรู้สึกสบาย ๆ ยิ้มได้ทั้งเรื่องเป็นหนังที่เหมาะกับวันที่อยากพักสมอง ไม่ต้องคิดเยอะ แต่ก็ยังได้ความรู้สึกดี ๆ กลับมา โดยรวมแล้วคะแนนรีวิวหนังเรื่องนี้ขอให้ที่ 5 / 10 คะแนน


8.7


