Forgive Us All (2025)
4.9ภาพยนต์เรื่อง Forgive Us All (2025) เป็นภาพยนตร์แนวสยองขวัญ–ดราม่า–หลังวันสิ้นโลกจากสหรัฐอเมริกา กำกับโดย เจย์ โรช นักแสดงหลัก โอลิเวีย โคลแมน รับบท ธีโอ โรส, เบเนดิกต์ คัมเบอร์แบตช์ รับบท ไอวี่ โรส, แอนดี แซมเบิร์ก, และ แอลลิสัน แจนนีย์ เล่าเรื่องในโลกที่มนุษยชาติเกือบสูญพันธุ์จากโรคระบาดปริศนา ผู้รอดชีวิตต้องเผชิญทั้งภัยจากผู้ติดเชื้อและความโหดร้ายของมนุษย์ด้วยกันเอง หญิงสาวผู้โดดเดี่ยวที่พยายามปกป้องครอบครัวและค้นหาความหวังท่ามกลางโลกที่ล่มสลาย
เรื่องราวเกิดขึ้นในอนาคตอันมืดมน เมื่อโลกถูกทำลายจากโรคระบาดที่เปลี่ยนมนุษย์ให้กลายเป็นสิ่งมีชีวิตดุร้ายที่ถูกเรียกว่าฮาวเลอร์ผู้รอดชีวิตถูกบังคับให้อาศัยอยู่ในค่ายควบคุมของรัฐบาล ขณะที่พื้นที่ชนบทกลายเป็นดินแดนอันตรายที่เต็มไปด้วยผู้ติดเชื้อ ตัวเอกคือรอรีหญิงสาวที่ต้องเผชิญความสูญเสียครั้งใหญ่ เธอสูญเสียลูกสาวแมตตี้และครอบครัวจากเหตุการณ์โรคระบาด ชีวิตของเธอเต็มไปด้วยความเศร้าความรู้สึกผิดและความสิ้นหวัง เธออาศัยอยู่กับอ็อตโตพ่อตาของเธอในพื้นที่ห่างไกล พยายามใช้ชีวิตต่อไปแม้จะไม่เห็นอนาคต ขณะเดียวกันมีข่าวลือเกี่ยวกับเซรุ่มทดลองที่อาจเป็นกุญแจสำคัญในการรักษาผู้ติดเชื้อ รอรีจึงเข้าไปพัวพันกับกลุ่มผู้หลบหนีและเจ้าหน้าที่รัฐบาลที่ต่างต้องการครอบครองความหวังสุดท้ายของมนุษยชาติ ระหว่างการเดินทาง เธอต้องเผชิญทั้งฝูงฮาวเลอร์ความโหดร้ายของมนุษย์และคำถามสำคัญว่าหากมีโอกาสเริ่มต้นใหม่จริงมนุษย์จะสามารถให้อภัยตัวเองจากสิ่งที่สูญเสียไปได้หรือไม่
เรื่องนี้เป็นหนังหลังวันสิ้นโลกที่ไม่ได้เน้นการวิ่งหนีสัตว์ประหลาดหรือการต่อสู้แบบดุเดือดตลอดเวลา แต่เลือกเล่าเรื่องผ่านความรู้สึกของผู้รอดชีวิตที่ต้องแบกรับความสูญเสียเอาไว้ในใจ หนังใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับการสำรวจความเจ็บปวดความโดดเดี่ยวและความหวังเล็ก ๆ ที่ยังเหลืออยู่ในโลกที่พังทลายไปแล้ว ทำให้บรรยากาศของเรื่องค่อนข้างหม่นและกดดันตั้งแต่ต้นจนจบ นักแสดงนำถือเป็นหัวใจสำคัญของหนังเพราะต้องแบกรับอารมณ์ของเรื่องเกือบทั้งหมด การแสดงเต็มไปด้วยรายละเอียดเล็ก ๆ ทั้งแววตาสีหน้าและน้ำเสียงที่สะท้อนถึงความเหนื่อยล้าจากการใช้ชีวิตในโลกที่ไม่เหลืออะไรเหมือนเดิม คนดูสามารถสัมผัสได้ถึงความเศร้าความรู้สึกผิดและความพยายามที่จะก้าวต่อไปของตัวละครได้อย่างชัดเจนด้านงานสร้างถือว่าทำได้ดีเกินคาด หลังดูจบจะรู้สึกว่าหนังเรื่องนี้ไม่ใช่หนังซอมบี้หรือหนังเอาชีวิตรอดแบบที่หลายคนคุ้นเคย แต่เป็นหนังดราม่าที่ใช้ฉากหลังเป็นโลกหลังหายนะมากกว่า สิ่งที่ติดอยู่ในใจไม่ใช่ฉากระทึกขวัญแต่เป็นคำถามเกี่ยวกับการสูญเสีย การให้อภัย และการใช้ชีวิตต่อไปหลังจากสูญเสียทุกอย่างเป็นหนังที่ดูแล้วอาจไม่ได้สนุกแบบหวือหวา แต่มีอารมณ์และความลึกที่ทำให้คนดูคิดถึงเรื่องราวของมันได้อีกนาน โดยรวมแล้วคะแนนรีวิวหนังเรื่องนี้ขอให้ที่ 6.1 / 10 คะแนน


7.4


