Alien: Earth (2025) เอเลี่ยน เอิร์ธ
5.9Alien: Earth (2025) เอเลี่ยน เอิร์ธ เป็นซีรีส์ไซไฟสยองขวัญที่พาผู้ชมกลับเข้าสู่จักรวาล Alien อีกครั้ง แต่คราวนี้เปลี่ยนจากยานอวกาศและอาณานิคมไกลโพ้นมาเป็นโลกมนุษย์ในอนาคตแทน ผลงานของ โนอาห์ ฮอว์ลีย์ ที่ขยายเรื่องราวของจักรวาลเอเลี่ยนให้กว้างขึ้นกว่าเดิม โดยมีตัวละครสำคัญอย่าง บอย เจ้าของบริษัท Prodigy ผู้ลึกลับ, คริช หุ่น Synthetic สุดเยือกเย็น, นิบส์ เด็กสาวปริศนาที่ซ่อนความลับบางอย่างเอาไว้, และ มอร์โรว์ ไซบอร์กผู้มากประสบการณ์ ซีรีส์มาในโทนไซไฟสยองขวัญแบบดั้งเดิมของ Alien ที่เต็มไปด้วยความอึดอัด ความลุ้นระทึก และคำถามเกี่ยวกับความเป็นมนุษย์ที่ถูกซ่อนอยู่ภายใต้เงาของ Xenomorph
เรื่องราวเริ่มต้นขึ้นเมื่อยานของ Weyland-Yutani ประสบอุบัติเหตุตกลงบนโลก เหตุการณ์ที่ดูเหมือนจะเป็นเพียงหายนะครั้งหนึ่งกลับกลายเป็นจุดเริ่มต้นของเรื่องราวทั้งหมด โลกอนาคตที่ถูกควบคุมโดยบริษัทยักษ์ใหญ่หลายแห่งหนึ่งในนั้นคือ Prodigy บริษัทเทคโนโลยีที่มีอิทธิพลมหาศาลภายใต้การนำของบอยบุคคลผู้มีแนวคิดเกี่ยวกับอนาคตมนุษย์ที่แตกต่างจากคนทั่วไป ขณะเดียวกันคริช หุ่น Synthetic ที่ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อคิดวิเคราะห์และปฏิบัติภารกิจอย่างมีประสิทธิภาพก็ได้รับมอบหมายให้เข้าไปเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์บนยานปริศนา ส่วนนิบส์เด็กสาวที่ดูเหมือนจะไม่มีพิษมีภัยกลับกลายเป็นศูนย์กลางของปริศนาหลายอย่างที่ค่อย ๆ ถูกเปิดเผยออกมา เมื่อทีมสำรวจเดินทางเข้าไปในซากยาน Weyland-Yutani ทุกอย่างเริ่มเปลี่ยนไปความอึดอัดในพื้นที่ปิดความมืดและความหวาดระแวงค่อย ๆ เพิ่มขึ้นทีละน้อยเพราะไม่มีใครรู้ว่า Xenomorph ซ่อนตัวอยู่ตรงไหนหรือพร้อมจะโจมตีเมื่อไร ระหว่างนั้นมอร์โรว์พยายามสืบหาความลับของบริษัทคู่แข่งและข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับสิ่งมีชีวิตต่างดาว ยิ่งค้นลึกมากเท่าไรความจริงเกี่ยวกับการทดลองลับ การดัดแปลงมนุษย์และเป้าหมายที่แท้จริงของ Prodigy ก็ยิ่งน่ากลัวมากขึ้น และยังสอดแทรกสัญลักษณ์จาก Peter Pan ผ่านตัวละครและเหตุการณ์ต่าง ๆ เพื่อพูดถึงเรื่องการเติบโตความเป็นมนุษย์และความต้องการหลบหนีจากความจริง ขณะที่ภัยคุกคามจาก Xenomorph ค่อย ๆ ขยายตัวจนทุกคนต้องเลือกระหว่างความอยู่รอดหรือการไล่ตามความทะเยอทะยานที่อาจทำลายทุกสิ่ง
ต้องบอกเลยว่าเป็นซีรีส์ที่แฟน Alien น่าจะสนุกกับการตามเก็บรายละเอียดมากกว่าการรอฉากสยองหรือฉากแอ็กชันแบบต่อเนื่อง เพราะเสน่ห์ของเรื่องอยู่ที่การขยายจักรวาลและการสร้างบรรยากาศมากกว่า ซีรีส์สามารถดึงกลิ่นอายของ Alien ภาคแรกกลับมาได้ดี ทั้งความเงียบความอึดอัดและความรู้สึกไม่ปลอดภัยที่แทรกอยู่แทบทุกฉาก โดยเฉพาะตอนที่ตัวละครเข้าไปสำรวจยานที่ตกบนโลก ซึ่งให้ความรู้สึกเหมือนกำลังดู Alien ยุคคลาสสิกอีกครั้ง งานสร้างถือว่าทำออกมาได้ดีมาก โดยเฉพาะฉาก New Siam ที่ผสมความเป็นประเทศไทยเข้ากับโลกอนาคตแบบ Retro Sci-Fi ได้อย่างน่าสนใจ คริช กลายเป็นหนึ่งในตัวละครที่โดดเด่นที่สุดด้วยบุคลิกนิ่ง สุขุม และการตัดสินใจแบบไร้อารมณ์ ขณะที่ นิบส์ และ มอร์โรว์ ก็มีปมที่น่าติดตามมากขึ้นเรื่อย ๆ อย่างไรก็ตามจังหวะการเล่าเรื่องค่อนข้างช้าในบางช่วง และเน้นการปูข้อมูลมากกว่าความระทึก ทำให้คนที่คาดหวังความมันส์แบบ Alien ภาคหลัง ๆ อาจรู้สึกไม่ถูกจริตนัก แต่สำหรับคนที่ชอบโลกของ Alien ชอบการขยายตำนาน และชอบซีรีส์ที่ค่อย ๆ เปิดปมไปทีละชั้น เรื่องนี้ถือว่าดูน่าติดตามและมีหลายประเด็นให้คิดต่อหลังดูจบ เราให้ 5.9/10 คะแนน เพราะงานสร้างและบรรยากาศทำได้ดีแต่จังหวะการดำเนินเรื่องยังค่อนข้างเนิบและอาจไม่ตอบโจทย์ผู้ชมทุกกลุ่ม


7.4


