Spider Man 2 (2004) ไอ้แมงมุม ภาค 2
8.0Spider-Man 2 (2004) ไอ้แมงมุม ภาค 2 ถือเป็นหนึ่งในหนังซูเปอร์ฮีโร่ที่หลายคนยกให้ดีที่สุดตลอดกาลเลยก็ว่าได้ กำกับโดย Sam Raimi และได้ Tobey Maguire กลับมารับบทปีเตอร์ ปาร์คเกอร์ พร้อมด้วย Kirsten Dunst ในบทแมรี่ เจน วัตสัน, James Franco ในบท แฮร์รี่ ออสบอร์น, และ Alfred Molina ในบท ดร.อ็อตโต้ ออคเตเวียส หรือ Doc Ock หนังภาคนี้จะหนักไปทางดราม่าชีวิตของปีเตอร์มากกว่าภาคแรก เพราะปีเตอร์เริ่มเหนื่อยกับการเป็น Spider-Man ทั้งเรื่องเงิน ความรัก การเรียน และหน้าที่ในการช่วยผู้คน จนทำให้ชีวิตของปีเตอร์เริ่มพังทีละด้าน แต่ในเวลาเดียวกันก็มีภัยใหม่อย่าง Doc Ock ที่กำลังจะทำลายเมืองทั้งเมืองด้วยพลังงานฟิวชั่นสุดอันตราย
เรื่องราวเริ่มจากปีเตอร์ ปาร์คเกอร์ ที่ใช้ชีวิตลำบากกว่าเดิมมากทั้งเรียนไม่ทันงานส่งพิซซ่าก็โดนไล่ออก แถมความสัมพันธ์กับแมรี่ เจนก็ยิ่งห่างเหินเพราะปีเตอร์ไม่สามารถบอกความจริงเรื่องการเป็น Spider-Man ได้ และ ดร.อ็อตโต้ ออคเตเวียส นักวิทยาศาสตร์อัจฉริยะที่ปีเตอร์ชื่นชมกำลังทดลองเครื่องปฏิกรณ์ฟิวชั่นเพื่อสร้างพลังงานสะอาดให้โลก แต่การทดลองเกิดผิดพลาดจนภรรยาของอ็อตโต้เสียชีวิต และแขนกล AI ทั้งสี่ข้างที่ติดอยู่กับร่างก็เริ่มควบคุมจิตใจอ็อตโต้จนกลายเป็น Doc Ock วายร้ายสุดอันตรายหลังจากนั้นปีเตอร์เริ่มเครียดและสับสนกับชีวิตตัวเองมากขึ้น จนพลัง Spider Man เริ่มหายไปเพราะสภาพจิตใจ ปีเตอร์ตัดสินใจเลิกเป็น Spider Man และพยายามใช้ชีวิตปกติแต่ระหว่างนั้นอาชญากรรมในเมืองเริ่มหนักขึ้น ผู้คนเริ่มเดือดร้อนขณะที่แมรี่เจนกำลังจะแต่งงานกับจอห์น เจมสัน ทำให้ปีเตอร์ยิ่งรู้สึกเสียใจมากขึ้น แต่ Doc Ock ต้องการสร้างเครื่องฟิวชั่นขึ้นมาใหม่และเริ่มปล้นธนาคารเพื่อหาเงินทุน จน Spider Man ต้องกลับมาสู้กับ Doc Ock อีกครั้ง มีการต่อสู้เกืดขึ้นบนรถไฟทั้งลุ้น ทั้งมันส์ และเต็มไปด้วยความเสียสละของปีเตอร์ และ Doc Ock เริ่มได้สติหลังปีเตอร์เปิดเผยตัวตนและพยายามเตือนถึงอันตรายของเครื่องฟิวชั่น สุดท้ายอ็อตโต้เลือกเสียสละตัวเองจมเครื่องฟิวชั่นลงแม่น้ำเพื่อหยุดหายนะ ส่วนแมรี่ เจน ก็รู้ความจริงทั้งหมดเกี่ยวกับปีเตอร์และเลือกอยู่ข้างปีเตอร์แม้ชีวิตจะเต็มไปด้วยอันตรายก็ตาม
โดยรวมแล้วเป็นหนังซูเปอร์ฮีโร่ที่สมบูรณ์มากทั้งในแง่ดราม่าและความบันเทิง จุดเด่นที่สุดคือหนังทำให้ปีเตอร์ ปาร์คเกอร์ดูเป็นมนุษย์ธรรมดามาก ๆ มีความเหนื่อย ท้อ และอยากหนีปัญหาเหมือนคนทั่วไป Tobey Maguire ถ่ายทอดความกดดันของปีเตอร์ออกมาได้ดีจนดูแล้วอินจริง ๆ ส่วน Alfred Molina ในบท Doc Ock ก็ถือว่าเป็นวายร้ายที่ดีที่สุดคนหนึ่งของ Spider Man เลย เพราะหนังเล่าให้เห็นทั้งด้านดี ความสูญเสีย และความบ้าคลั่งของอ็อตโต้แบบครบมาก ฉากแอ็กชันของภาคนี้ถึงทุกวันนี้ก็ยังดูสนุก โดยเฉพาะฉากรถไฟที่ยังเป็นภาพจำของแฟนหนังซูเปอร์ฮีโร่ทั่วโลก งานภาพและการกำกับของ Sam Raimi ก็ยังเต็มไปด้วยเอกลักษณ์ ทั้งมุมกล้องการตัดต่อ และบรรยากาศดราม่าที่ทำออกมาเข้มข้นมาก ถึงบางช่วงหนังจะเดินช้าเพราะเน้นชีวิตปีเตอร์เยอะ แต่กลับกลายเป็นข้อดี เพราะทำให้คนดูผูกพันกับตัวละครมากขึ้น สรุปแล้วเรื่องนี้ครบเครื่องทั้งความสนุก ความซึ้ง และความเป็นฮีโร่แบบที่หลายคนยังคิดถึงจนถึงทุกวันนี้ ให้คะแนนอยู่ที่ 8.0/10


7.4


