How to Make a Killing (2026)
7.0How to Make a Killing (2026) เป็นหนังอาชญากรรมตลกร้ายสไตล์ฟิล์มนัวร์ ที่หยิบเรื่องความโลภและครอบครัวคนรวยมาเล่าได้ทั้งขำ ทั้งแสบ และเต็มไปด้วยความวุ่นวาย หนังเป็นผลงานกำกับและเขียนบทของ จอห์น แพตตัน ฟอร์ด จาก Emily the Criminal พร้อมได้เกลน พาวเวลล์ มารับบทเบ็คเก็ต เรดเฟลโลว์ หนุ่มตกอับที่ดันค้นพบว่าตัวเองมีสิทธิ์รับมรดกมหาศาล ถ้าญาติอีกหลายคนหายไปจากโลกนี้ หนังยังมี มาร์กาเร็ต ควอลลีย์ รับบทจูเลีย, ท็อปเฟอร์ เกรซ รับบทไคล์, และ เอ็ด แฮร์ริส รับบทไวท์ลอว์ มหาเศรษฐีเจ้าของตระกูลเรดเฟลโลว์ จุดขายของเรื่องคือการเอาหนังฆาตกรรมมาเล่าแบบประชดสังคมคนรวย และค่อย ๆ พาเบ็คเก็ตถลำลึกไปในเส้นทางที่ไม่มีทางกลับ
เรื่องเริ่มจากเบ็คเก็ตนั่งรอการประหารชีวิตในคุกพร้อมเล่าย้อนว่าเรื่องทั้งหมดเกิดขึ้นได้ยังไง เบ็คเก็ตโตมาแบบคนธรรมดาทั้งที่จริงแล้วเป็นหลานของตระกูลเรดเฟลโลว์ มหาเศรษฐีระดับวอลล์สตรีท แต่ไวท์ลอว์ปู่ของเบ็คเก็ตไม่เคยยอมรับหลานคนนี้เพราะมองว่าแม่ของเบ็คเก็ตทำให้ตระกูลเสื่อมเสีย เขาเลยใช้ชีวิตแบบคนล้มเหลวทำงานร้านสูทเงินไม่พอใช้และรู้สึกว่าตัวเองไม่มีค่า จนเขาได้กลับมาเจอจูเลียผู้หญิงที่แอบชอบตั้งแต่เด็ก ความรู้สึกอยากพิสูจน์ตัวเองเลยเริ่มแรงขึ้น ช่วงนั้นเองเบ็คเก็ตดันรู้ว่าถ้าญาติในตระกูลอีกหลายคนตายหมดทรัพย์สมบัติมหาศาลจะตกมาถึงตัวเอง ด้วยความคับแค้นและความโลภเขาเลยเริ่มวางแผนฆ่าญาติทีละคนแบบแนบเนียน คนแรกคือไคล์ลูกพี่ลูกน้องสายปาร์ตี้ที่ชอบดูถูกคนอื่น หลังจากนั้นทุกอย่างเริ่มง่ายขึ้นเรื่อย ๆ เบ็คเก็ตเริ่มเสพติดอำนาจ เงินตรา และยังได้เห็นความเน่าเฟะของตระกูลนี้ทั้งนักเทศน์จอมปลอม นักธุรกิจโกงหุ้น และศิลปินเสแสร้ง ระหว่างทางเบ็คเก็ตเริ่มสนิทกับรูธครูสาวจิตใจดีที่ทำให้เบ็คเก็ตเริ่มลังเลกับสิ่งที่ตัวเองทำ แต่ยิ่งฆ่าคนมากขึ้นความจริงก็เริ่มไล่ตามทัน ช่วงท้ายหนังมีทั้งการหักหลังการเปิดโปงและความจริงที่ว่าเบ็คเก็ตเองก็ไม่ต่างจากคนในตระกูลที่ตัวเองเกลียด สุดท้ายเส้นทางล่ามรดกของเบ็คเก็ตก็พาไปสู่จุดจบที่ไม่มีใครหนีได้
ภาพรวมถือว่าเป็นหนังที่ไอเดียน่าสนใจมากเพราะเอาพล็อตฆาตกรรมชิงมรดกมาเล่าในยุคปัจจุบัน พร้อมใส่ความประชดสังคมคนรวยและโลกวอลล์สตรีทลงไปแบบแสบ ๆ เกลน พาวเวลล์ยังคงมีเสน่ห์เหมือนเดิม แต่บทของเบ็คเก็ตยังดูผิว ๆ ไปหน่อยทำให้บางช่วงคนดูยังไม่อินกับการเปลี่ยนจากคนธรรมดาไปเป็นฆาตกรแบบเต็มตัว ด้านมาร์กาเร็ต ควอลลีย์ ดูโดดเด่นทุกครั้งที่ออกจอ คาแรกเตอร์ของจูเลียทั้งลึกลับและมีเสน่ห์มาก ส่วนท็อปเฟอร์ เกรซ ก็ขโมยซีนได้ดีตามสไตล์งานภาพของหนังมาในโทนหรูหราแต่เย็นชา เหมือนสะท้อนโลกของคนรวยที่ดูสวยแต่ข้างในเน่า หนังมีทั้งมุกตลกร้าย ฉากฆาตกรรม และความระแวงแบบหนังนัวร์ แต่ปัญหาคือจังหวะเรื่องยังไม่คมพอ หลายฉากควรพีคกว่านี้แต่กลับผ่านไปเร็ว ทำให้ความตึงเครียดไม่สุดถึงอย่างนั้นก็ยังเป็นหนังดูเพลินที่มีเสน่ห์เฉพาะตัว โดยเฉพาะคนที่ชอบหนังแนวฆาตกรรมเสียดสีสังคมแบบเบา ๆ ให้คะแนนอยู่ที่ 7.0/10 คะแนน เป็นหนังที่นักแสดงดีไอเดียดีแต่บทและจังหวะยังไปได้ไกลกว่านี้อีกเยอะ


7.4


