Wake Up Dead Man A Knives Out Mystery (2025) ฆาตกรรมหรรษา ใครฆ่า
6.4ภาพยนต์เรื่อง Wake Up Dead Man A Knives Out Mystery (2025) ฆาตกรรมหรรษา ใครฆ่าคนบาป เรื่องนี้กำกับโดยไรอัน จอห์นสัน แฟรนไชส์นี้ เป็นหนังแนวสืบสวน ฆาตกรรม ผสมดราม่าและความตลกร้าย จากประเทศสหรัฐอเมริกา นักแสดงหลักนำโดย แดเนียล เคร็ก รับบท เบนัวต์ บลองก์ นักสืบชื่อดัง, จอช โอคอนเนอร์ รับบทบาทบาทหลวงหนุ่มจูด ดูเพลนติซี, และ เกลนน์ โคลส ในบท มาร์ธา เดอลาครัวซ์เนื้อเรื่องจะพาเราไปยังเมืองเล็ก ๆ ที่เต็มไปด้วยความศรัทธา แต่กลับเกิดเหตุฆาตกรรมบาทหลวงขึ้นอย่างลึกลับในโบสถ์ นักสืบเบนัวต์ บลองก์ต้องเข้ามาไขคดี โดยทุกคนในชุมชนล้วนมีความลับซ่อนอยู่ ยิ่งสืบยิ่งพบว่าความเชื่อ ศรัทธา และความผิดบาปมันซับซ้อนกว่าที่คิด เป็นหนังสืบสวนที่เข้มข้นและมีบรรยากาศหม่น ๆ นิด ๆ ต่างจากภาคก่อน
เรื่องราวเริ่มต้นในหมู่บ้านเล็ก ๆ ที่เงียบสงบแต่เต็มไปด้วยความเคร่งศาสนา เมื่อบาทหลวงจูด ดูเพลนติซีถูกพบเป็นศพในโบสถ์กลางหมู่บ้าน สภาพเหมือนถูกจัดฉากมากกว่าจะเป็นการฆาตกรรมธรรมดา ข่าวนี้ทำให้ทั้งชุมชนสั่นสะเทือนเพราะบาทหลวงคนนี้เป็นที่เคารพของทุกคน นักสืบชื่อดังเบนัวต์ บลองก์ถูกว่าจ้างให้เข้ามาสืบคดี เขาเริ่มจากการสอบสวนคนใกล้ตัวผู้ตาย ไม่ว่าจะเป็นมาร์ธา เดอลาครัวซ์หญิงสูงศักดิ์ผู้บริจาคเงินให้โบสถ์โทมัส เรย์นาร์ดชายหนุ่มที่เคยมีปัญหากับบาทหลวง และกลุ่มศรัทธาที่ดูเหมือนจะซื่อสัตย์แต่กลับมีพิรุธแปลก ๆ ยิ่งสืบบลองก์พบว่าบาทหลวงจูดไม่ได้บริสุทธิ์อย่างที่ทุกคนคิด เขาเคยมีอดีตที่เกี่ยวข้องกับการปกปิดความลับบางอย่างในชุมชนมีทั้งเรื่องเงินบริจาคที่หายไป และคดีในอดีตที่ถูกกลบฝังไว้ จุดหักเหสำคัญคือการค้นพบบันทึกสารภาพบาปที่บาทหลวงเก็บไว้ ซึ่งเปิดโปงความลับของคนในหมู่บ้านหลายคน ทำให้แรงจูงใจในการฆ่าเพิ่มขึ้นแบบทวีคูณทุกคนมีเหตุผลที่จะฆ่าเขาได้หมด บลองก์รวบรวมทุกคนในโบสถ์ และเฉลยว่าคนร้ายไม่ใช่ใครไกล แต่เป็นมาร์ธาที่ต้องการปกปิดความลับของตระกูล เธอวางแผนฆาตกรรมอย่างแนบเนียนโดยใช้ความศรัทธาของผู้คนเป็นเกราะกำบัง
เรื่องนี้ยังคงลายเซ็นเดิมชัดเจนมากคือบทแน่นบทพูดคมและการเล่าเรื่องที่เหมือนเล่นเกมกับคนดูตลอดเวลาแดเนียล เคร็กในบทเบนัวต์ บลองก์ยังคงขโมยซีนเหมือนเดิม ด้วยสำเนียงและคาแรกเตอร์ที่ทั้งดูฉลาดและมีความกวนเบา ๆ ทำให้การสืบสวนไม่น่าเบื่อเลย สิ่งที่รู้สึกได้ชัดคือภาคนี้โทนมันจริงจังขึ้นกว่าภาคก่อน บรรยากาศหม่น ๆ มีความเกี่ยวกับศาสนา ความเชื่อ และบาป ทำให้เรื่องมันดูหนักขึ้น แต่ก็ยังมีจังหวะตลกแทรกมาให้หายเครียดเป็นระยะ นักแสดงสมทบอย่างจอช โอคอนเนอร์และเกลนน์ โคลสเล่นดีมาก ทุกคนดูมีพิรุธไปหมดจริง ๆ จนเดาไม่ถูกว่าใครคือคนร้าย งานภาพไม่ได้หวือหวาแบบแอ็กชัน แต่ใช้แสงและมุมกล้องช่วยสร้างบรรยากาศได้ดี โดยเฉพาะฉากในโบสถ์ที่ให้ความรู้สึกกดดันและลึกลับ ดูจบแล้วรู้สึกเหมือนโดนหลอกมาตลอดทั้งเรื่อง แต่เป็นการหลอกที่สนุกเพราะมันแฟร์กับคนดูมีเบาะแสให้คิดตามตลอด ใครชอบหนังสืบสวนจริงจังแต่ยังมีลูกเล่น เรื่องนี้ตอบโจทย์มากโดยรวมแล้วคะแนนรีวิวหนังเรื่องนี้ขอให้ที่ 5 / 10 คะแนน


7.4


