State of Fear (2026) แดนจลาจล
7.4State of Fear (2026) แดนจลาจล ภาพยนตร์อาชญากรรม แอ็กชันจากบราซิลที่ต่อยอดมาจากซีรีส์ Brotherhood โดยได้ Pedro Morelli รับหน้าที่กำกับและเขียนบทร่วมกับ Julia Furrer หนังนำแสดงโดย Naruna Costa, Seu Jorge, Camilla Damião, และ David Santos ซึ่งแต่ละคนช่วยสร้างบรรยากาศดิบ เคร่งเครียด และเต็มไปด้วยแรงกดดันของโลกอาชญากรรมในเมือง São Paulo ได้อย่างเข้มข้น เรื่องราวติดตามทนายหญิงที่มีความเกี่ยวข้องกับโลกใต้ดินหลังหลานสาววัย 18 ปีถูกตำรวจนอกกฎหมายลักพาตัวไป ระหว่างที่เมือง São Paulo กำลังปะทุด้วยความรุนแรงจากการปะทะระหว่างกลุ่ม Brotherhood กับเจ้าหน้าที่รัฐ เธอจึงต้องเข้าไปพัวพันกับข้อตกลงอันสกปรก การทรยศ และสงครามอำนาจที่ไม่มีใครไว้ใจกันได้ ระหว่างพยายามช่วยคนในครอบครัวเธอกลับค้นพบว่าความกลัวถูกใช้เป็นเครื่องมือควบคุมทั้งเมือง ไม่ว่าจะโดยตำรวจ นักการเมืองหรือองค์กรอาชญากรร
ในเมือง São Paulo ช่วงเวลาที่สังคมกำลังเต็มไปด้วยความหวาดระแวงและความรุนแรงจากสงครามระหว่างองค์กรอาชญากรรมกับเจ้าหน้าที่รัฐ ผู้คนใช้ชีวิตอยู่ท่ามกลางเสียงปืน การลอบสังหาร และเหตุจลาจลที่เกิดขึ้นแทบทุกวัน รัฐบาลประกาศใช้มาตรการเข้มงวดเพื่อควบคุมสถานการณ์แต่ยิ่งกดดัน เมืองกลับยิ่งเข้าสู่ความโกลาหล ทนายหญิงคนหนึ่งพยายามใช้ชีวิตอย่างเงียบ ๆ หลังเคยมีความเกี่ยวข้องกับเครือข่ายอาชญากรรมในอดีต เธอเชื่อว่าตัวเองสามารถแยกโลกส่วนตัวออกจากความรุนแรงเหล่านั้นได้จนกระทั่งหลานสาววัยรุ่นหายตัวไปอย่างลึกลับหลังเหตุปะทะกลางเมือง เบาะแสทั้งหมดชี้ไปยังกลุ่มตำรวจนอกกฎหมายที่กำลังใช้อำนาจเกินขอบเขตในการกวาดล้างผู้ต้องสงสัยโดยไม่ผ่านกระบวนการยุติธรรม ระหว่างออกตามหาเธอเริ่มพบว่าหลายพื้นที่ในเมืองถูกควบคุมโดยกลุ่มติดอาวุธที่ไม่มีใครรู้ว่าอยู่ฝ่ายไหนกันแน่ บางกลุ่มอ้างว่าปกป้องประชาชนขณะที่บางกลุ่มใช้ความกลัวสร้างอำนาจของตัวเอง เมื่อเธอพยายามขอความช่วยเหลือจากตำรวจกลับพบว่าหลายหน่วยงานมีส่วนเกี่ยวข้องกับเครือข่ายคอร์รัปชัน เจ้าหน้าที่บางคนรับเงินจากองค์กรใต้ดิน ขณะที่อีกฝ่ายก็ใช้สงครามครั้งนี้เป็นข้ออ้างในการกำจัดคนที่ไม่ต้องการ ในเวลาเดียวกันองค์กรอาชญากรรมรายใหญ่เริ่มเคลื่อนไหวเพื่อตอบโต้รัฐ พวกเขาก่อเหตุโจมตีหลายจุด ทั้งการวางระเบิด การลอบยิง และการปล้นอาวุธ ทำให้รัฐบาลประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน เส้นแบ่งระหว่างผู้รักษากฎหมายและอาชญากรเริ่มเลือนรางลงเรื่อย ๆ เพราะทั้งสองฝ่ายต่างใช้ความรุนแรงเหมือนกัน เพียงแค่มีข้ออ้างคนละแบบเท่านั้น
หลังจากดูรู้สึกว่าเป็นหนังที่ให้อารมณ์อึดอัดและกดดันแทบตลอดทั้งเรื่อง แต่ก็เป็นเสน่ห์สำคัญที่ทำให้หยุดดูไม่ได้ หนังไม่ได้มาแนวแอ็กชันยิงกันมันส์แบบฮอลลีวูดจ๋าแต่จะเป็นความรุนแรงแบบสมจริง ดิบ และเต็มไปด้วยความตึงเครียดทางอารมณ์ สิ่งที่ชอบมากคือการแสดงของนักแสดงหลัก ทุกคนเล่นดูเป็นธรรมชาติมาก โดยเฉพาะบทของทนายหญิงที่ต้องแบกทั้งความกลัว ความโกรธ และความกดดันจากการตามหาคนในครอบครัว สีหน้าและแววตาหลายฉากส่งอารมณ์ได้แรงโดยแทบไม่ต้องพูดเยอะ งานภาพของหนังคือจุดเด่นอีกอย่างมุมกล้องหลายฉากใช้กล้องแฮนด์เฮลด์สั่น ๆ ทำให้รู้สึกเหมือนกำลังอยู่ในเหตุการณ์จริง บางช่วงเหมือนดูสารคดีสงครามเมืองมากกว่าหนังทั่วไป แต่จุดที่รู้สึกว่ายังไม่สุดคือช่วงกลางเรื่องมีบางตอนที่เนิบไปนิด เพราะหนังใช้เวลาค่อนข้างเยอะกับการพูดเรื่องการเมืองและความสัมพันธ์ของหลายฝ่าย บางคนอาจรู้สึกว่าตามยากหรือข้อมูลเยอะเกินไป อีกอย่างคือหนังตั้งประเด็นสังคมไว้หนักมากแต่บางปมกลับไม่ได้ขยี้ต่อจนสุด เลยมีความรู้สึกค้างอยู่บ้างตอนดูจบ โดยรวมสำหรับเป็นหนังอาชญากรรมการเมืองที่ทำบรรยากาศได้ดีมาก ดูแล้วเครียดแต่หยุดไม่ได้ คะแนนส่วนตัวให้ประมาณ 7.4/10 เป็นหนังที่อาจไม่เหมาะกับคนที่อยากดูอะไรเบาสมอง แต่ถ้าชอบหนังดราม่าอาชญากรรมเข้ม ๆ บรรยากาศกดดันและสมจริงเรื่องนี้ตอบโจทย์มาก ๆ


7.4


