Bhool Bhulaiyaa 3 (2024) คฤหาสน์วิปลาส 3
7.4Bhool Bhulaiyaa 3 (2024) คฤหาสน์วิปลาส 3 ภาพยนตร์ภาคต่อของแฟรนไชส์สยองขวัญคอมเมดี้ชื่อดังจากอินเดีย กำกับโดย Anees Bazmee นำแสดงโดย Kartik Aaryan, Vidya Balan, Madhuri Dixit, Triptii Dimri, Vijay Raaz, Rajpal Yadav, Sanjay Mishra, และ Ashwini Kalsekar เมื่อเหตุการณ์เหนือธรรมชาติเริ่มเกิดขึ้นภายในคฤหาสน์โบราณแห่งหนึ่ง ชาวบ้านต่างเชื่อว่าวิญญาณที่เคยสร้างความหวาดกลัวในอดีตกำลังกลับมาอีกครั้งเพื่อคลี่คลายปริศนา เจ้าของคฤหาสน์จึงขอความช่วยเหลือจากชายผู้มีชื่อเสียงด้านการปราบผีแม้แท้จริงแล้วเขาจะใช้ไหวพริบและการแสดงเสียมากกว่าพลังลี้ลับก็ตาม ระหว่างการสืบหาความจริงเขาต้องเผชิญเหตุการณ์ประหลาด ความลับของคนในตระกูล และเบาะแสที่เชื่อมโยงกับอดีตอันดำมืดของคฤหาสน์ จนค้นพบว่าความจริงเบื้องหลังคำสาปนั้นซับซ้อนกว่าที่ทุกคนเชื่อและนำไปสู่บทสรุปที่ทั้งหักมุม ตื่นเต้น และแฝงอารมณ์ซาบซึ้งในเวลาเดียวกัน
รูห์ บาบานักต้มตุ๋นที่อาศัยการแสร้งทำเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านวิญญาณได้รับการว่าจ้างให้เดินทางไปยังคฤหาสน์เก่าแก่ของตระกูลหนึ่ง ซึ่งกำลังเผชิญเหตุการณ์ประหลาดที่ไม่มีใครอธิบายได้ ผู้คนในพื้นที่ต่างเชื่อว่าวิญญาณอาฆาตจากอดีตกำลังกลับมาทวงแค้นทำให้บรรยากาศเต็มไปด้วยความหวาดกลัว แม้ในตอนแรกทุกอย่างดูเหมือนเป็นเพียงเรื่องหลอกลวงแต่เหตุการณ์เหนือธรรมชาติที่เกิดขึ้นต่อหน้าต่อตากลับทำให้เขาเริ่มตั้งคำถามกับความเชื่อของตัวเอง ระหว่างการค้นหาความจริงเขาได้พบกับมีราหญิงสาวผู้มีความเกี่ยวข้องกับเจ้าของคฤหาสน์ซึ่งพยายามเปิดเผยเรื่องราวที่ถูกปิดบังมาหลายสิบปี ขณะเดียวกันการปรากฏตัวของมันจูลิกาทำให้ทุกคนเชื่อว่าวิญญาณร้ายได้หวนคืนอีกครั้ง ความสับสนเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ เมื่อเหตุการณ์หลายอย่างไม่สามารถอธิบายได้ด้วยเหตุผลธรรมดาจนคนในบ้านเริ่มหวาดระแวงกันเอง เมื่อการสืบค้นดำเนินลึกลงไปความลับเกี่ยวกับความขัดแย้งภายในราชวงศ์ การแย่งชิงอำนาจ และโศกนาฏกรรมในอดีตค่อย ๆ ถูกเปิดเผย หลายเหตุการณ์ที่เคยถูกเล่าขานว่าเป็นคำสาปแท้จริงแล้วกลับเชื่อมโยงกับการหักหลังและการปกปิดความจริงของคนในตระกูล การเปิดเผยตัวตนของผู้ที่อยู่เบื้องหลังทุกเหตุการณ์นำไปสู่การหักมุมครั้งใหญ่ พร้อมเปลี่ยนความเข้าใจของทุกคนเกี่ยวกับเรื่องเล่าในอดีต
ผมรู้สึกว่าภาคนี้ยังรักษาเอกลักษณ์ของแฟรนไชส์ไว้ได้ดีทั้งการผสมความสยองเข้ากับมุกตลกที่ใส่มาเป็นระยะ ทำให้บรรยากาศไม่เครียดจนเกินไป นักแสดงเล่นเข้าขากันมากโดยเฉพาะฉากที่ต้องสลับอารมณ์จากความฮาไปสู่ความลึกลับทำได้ลื่นไหล ตัวละครแต่ละคนมีเสน่ห์และช่วยให้เรื่องดำเนินไปอย่างสนุกแม้จะมีหลายช่วงที่เดาทางได้ แต่ก็ยังมีจังหวะหักมุมให้ลุ้นอยู่พอสมควร ด้านงานภาพถือว่าทำได้ดีคฤหาสน์ถูกออกแบบให้ดูยิ่งใหญ่และชวนขนลุก มุมกล้องเน้นการเคลื่อนผ่านทางเดินแคบและห้องมืดเพื่อสร้างความกดดัน โทนสีแดง น้ำตาล และทองช่วยเพิ่มกลิ่นอายความลึกลับแบบอินเดียได้อย่างลงตัว เอฟเฟ็กต์ภาพเหนือธรรมชาติพัฒนาไปจากภาคก่อนดูเนียนขึ้นและเข้ากับฉากโดยรวมรวมถึงงานเสียงก็ช่วยสร้างบรรยากาศได้ดีในหลายช่วง จุดที่ผมรู้สึกว่ายังเป็นข้อด้อยคือความยาวของหนังที่มากเกินไปทำให้บางช่วงยืดและมีฉากตลกที่ใส่มาเยอะจนจังหวะความน่ากลัวสะดุด นอกจากนี้บางปมยังคลี่คลายค่อนข้างง่ายเมื่อเทียบกับการปูเรื่อง โดยภาพรวมยังเป็นหนังที่ดูสนุกครบทั้งความบันเทิง ความหลอน และดราม่า เหมาะสำหรับคนที่ชอบหนังสยองขวัญแบบดูได้ทั้งครอบครัว ผมให้คะแนนอยู่ที่ 7.4/10


7.0



