Agent Zeta (2026) เซต้า ปริศนาจารชน
7.0Agent Zeta (2026) เซต้า ปริศนาจารชน เป็นหนังสายลับสเปนที่ดูเข้มข้นเกินคาดมาก มาในโทนสืบสวน ระทึกขวัญ และเกมการเมืองวงในที่เต็มไปด้วยความลับ หนังได้ มาริโอ คาซาส รับบทเซต้า สายลับหนุ่มที่ถูกเรียกกลับเข้าวงการอีกครั้ง หลังหายไปดูแลแม่ที่ป่วยอยู่หลายปี ส่วนมาริเอลา การ์ริกา รับบทอัลฟ่า เจ้าหน้าที่ข่าวกรองสาวสุดอันตรายที่ตามล่าเซต้าอยู่เหมือนกัน กำกับโดย ดานี เดอ ลา ตอร์เร ที่ใส่กลิ่นอายหนังสายลับยุโรปแบบเน้นข้อมูลและจิตวิทยา มากกว่าบู๊ยิงกันทั้งเรื่องถึงจะมีช่วงเนือยบ้าง แต่โดยรวมถือว่าเป็นหนังสายลับที่ดูจริงจังและค่อย ๆ ดึงคนดูเข้าไปในปริศนาได้ดีเลย
เรื่องเริ่มจากเซต้าอดีตสายลับมือหนึ่งของสเปนที่เลือกหายตัวจากวงการข่าวกรองเพื่อกลับไปดูแลแม่ที่กำลังป่วยหนักชีวิตของเซต้ากำลังเงียบสงบ จนวันหนึ่งเกิดเหตุสายลับระดับสูงถูกฆ่าตายพร้อมกันถึง 4 คนแบบปริศนา รัฐบาลจึงเรียกเซต้ากลับมาทำภารกิจอีกครั้งเพราะมีเบาะแสบางอย่างโยงไปถึงปฏิบัติการลับเมื่อหลายสิบปีก่อน ระหว่างสืบคดีเซต้าพบว่าคนที่เกี่ยวข้องกับภารกิจในอดีตกำลังหายตัวหรือถูกเก็บทีละคน ขณะเดียวกันอัลฟ่าเจ้าหน้าที่ข่าวกรองสาวจากโคลอมเบียก็ออกตามล่าเซต้า เพราะเชื่อว่าเซต้าปิดบังบางอย่างเอาไว้ทั้งคู่เริ่มจากการเป็นศัตรู แต่หลังร่วมมือกันหนีการไล่ล่าและค้นข้อมูลลับ ทั้งสองก็เริ่มเชื่อใจกันมากขึ้นพร้อมกับเปิดเผยว่าอดีตภารกิจที่เซต้าเคยร่วมทำมีการทดลองลับเกี่ยวกับเครือข่ายสายลับเงาที่รัฐบาลหลายประเทศร่วมมือกันปกปิด และคนที่อยู่เบื้องหลังการสังหารทั้งหมดก็คืออดีตเจ้าหน้าที่ระดับสูงที่ต้องการลบทุกหลักฐาน แต่เซต้าต้องตัดสินใจว่าจะเปิดโปงความจริงให้โลกเห็นหรือปกป้องคนที่ยังเหลืออยู่ สุดท้ายเซต้าเลือกปล่อยข้อมูลลับทั้งหมดออกสู่สาธารณะ แม้จะทำให้ตัวเองกลายเป็นคนที่ถูกทุกฝ่ายตามล่าก็ตาม ตอนจบเซต้าหายตัวไปอีกครั้งทิ้งไว้แค่ปริศนาว่ายังมีชีวิตอยู่หรือไม่
ถือว่าเป็นหนังสายลับที่มีเสน่ห์ตรงความจริงจังและบรรยากาศหม่น ๆ แบบหนังยุโรป มาริโอ คาซาสเล่นเป็นเซต้าได้ดีมาก มีทั้งความนิ่งความเหนื่อยล้าและความรู้สึกเหมือนคนที่แบกอดีตไว้ตลอดเวลา ส่วนมาริเอลา การ์ริกาก็เสริมพลังให้หนังได้เยอะ เคมีระหว่างอัลฟ่ากับเซต้าดูเชื่อได้งานโปรดักชันอาจไม่ได้ใหญ่ระดับฮอลลีวูด แต่ฉากสืบสวนและฉากแอ็กชันทำออกมาดูดิบและจริงดี จุดเด่นอีกอย่างคือบทสนทนาที่ค่อนข้างเฉียบ หลายฉากเป็นแค่คนคุยกันแต่กลับกดดันมาก จุดที่แอบเสียคือหนังยาวไปนิด บางช่วงเล่าอ้อมและมีรายละเอียดเยอะจนแอบหลุดโฟกัสได้เหมือนกัน แต่ถ้าชอบหนังสายลับแนวค่อย ๆ แกะปม ไม่เน้นยิงสนั่นทั้งเรื่องถือว่าตอบโจทย์มาก ให้คะแนนอยู่ที่ 7.0/10 คะแนน เป็นหนังจารชนที่อาจไม่ได้หวือหวาแต่ดูจบแล้วมีอะไรให้คิดต่อพอสมควรเลย


7.0


