ไซอิ๋ว เมืองนรกบนสวรรค์ (2025) Journey to the West The Helltown of Heaven
7.9ไซอิ๋ว เมืองนรกบนสวรรค์ (2025) Journey to the West The Helltown of Heaven ภาพยนตร์จากประเทศจีน กำกับโดย Wang Daotie นักแสดงนำ Xiao Zi Mo, Liu Si Chen, Zhang Tian Qi, และ Wang Meng เมื่อฉางผิงอันนักเรียนอันดับหนึ่งแห่งสถาบันผู้ปราบปีศาจ กำลังจะสำเร็จการศึกษาและก้าวสู่เส้นทางนักล่าอสูรเต็มตัว แต่เหตุการณ์ไม่คาดฝันกลับเกิดขึ้นเมื่อเขาถูกพลังลึกลับครอบงำจนกลายเป็นปีศาจต่อหน้าผู้คน ส่งผลให้ถูกตราหน้าว่าเป็นครึ่งมนุษย์ครึ่งอสูรและถูกไล่ล่าไปทั่วแผ่นดิน ระหว่างหลบหนี เขาเดินทางมาถึงเมืองนรกบนสวรรค์และได้พบกับหญิงสาวปีศาจนามหงเตียน ซึ่งเข้ามาเปลี่ยนมุมมองต่อโลกของเขาเมื่อค้นหาความจริงมากขึ้น เขากลับพบว่าตนไม่ได้เป็นปีศาจอย่างที่เข้าใจแต่ถูกใช้เป็นเครื่องมือในการปลุกอสูรวานร
เมื่อฉางผิงอันศิษย์อันดับหนึ่งของสำนักผู้ปราบปีศาจกำลังจะก้าวสู่การเป็นนักล่าอสูรเต็มตัว แต่ในพิธีสำคัญกลับเกิดเหตุผิดปกติเมื่อพลังลึกลับในร่างตื่นขึ้นและทำให้เขาถูกมองว่าเป็นปีศาจต่อหน้าผู้คน จากวีรบุรุษผู้เป็นความหวังของสำนักทำให้เขากลายเป็นบุคคลที่ถูกตามล่าและขับไล่ออกจากสังคม ระหว่างการหลบหนีเขาเดินทางเข้าสู่ดินแดนลึกลับที่ผู้คนเรียกว่าเมืองนรกบนสวรรค์ สถานที่ซึ่งมนุษย์และอสูรอาศัยอยู่ร่วมกันภายใต้กฎเกณฑ์ประหลาด ที่นั่นเขาได้พบกับหงเตียนหญิงสาวปีศาจผู้มีจิตใจอ่อนโยนแตกต่างจากภาพจำของอสูรที่เขาเคยถูกสั่งสอนมา ทั้งสองค่อย ๆ สร้างความไว้วางใจต่อกันขณะที่ความจริงเกี่ยวกับอดีตเริ่มถูกเปิดเผยทีละน้อย หลังจากเมื่อสืบหาต้นตอของพลังในร่างเขาพบว่าตนถูกดึงเข้าไปพัวพันกับแผนการใหญ่ของกลุ่มผู้มีอำนาจที่ต้องการปลุกพลังมืดโบราณขึ้นมาอีกครั้ง ความลับดังกล่าวเชื่อมโยงกับซุนหงอคงราชาวานรในตำนาน ซึ่งแม้ร่างจะดับสูญไปนานแล้วแต่เศษเสี้ยวพลังและความอาฆาตยังคงหลงเหลืออยู่ในโลก ดูเหมือนว่ายิ่งค้นหาความจริงมากขึ้นเขายิ่งพบว่าความแตกต่างระหว่างมนุษย์กับปีศาจไม่ได้แบ่งแยกกันด้วยเผ่าพันธุ์แต่ถูกตัดสินจากการกระทำและจิตใจ หลายคนที่อ้างตนว่าอยู่ฝ่ายธรรมะกลับเต็มไปด้วยความโลภขณะที่อสูรบางตนกลับเสียสละเพื่อปกป้องผู้อื่น
ผมรู้สึกว่าเป็นหนังแฟนตาซีไซอิ๋วที่ดูสนุกอีกเรื่องเลยก็ว่าได้ ตัวหนังเลือกหยิบตำนานเดิมมาต่อยอดในมุมใหม่ทำให้เนื้อเรื่องมีความสดและน่าติดตามตลอดทั้งเรื่อง นักแสดงนำทำหน้าที่ได้ดีโดยเฉพาะฉากดราม่าและฉากที่ต้องถ่ายทอดความสับสนภายในใจของตัวละครหลักซึ่งทำออกมาได้ค่อนข้างน่าเชื่อถือทำให้อินไปกับตัวบทและเข้าใจสิ่งที่นักแสดงต้องการนำเสนอ ด้านงานภาพถือว่าเป็นจุดเด่น แต่ส่วนตัวมองว่าช่วงกลางเรื่องมีจังหวะเล่าเรื่องที่ช้าลงและตัวละครรองบางส่วนยังขาดมิติไปนิดนึงทำให้ความผูกพันกับผู้ชมไม่มากนัก โดยรวมเป็นหนังไซอิ๋วที่ดูเพลิน ภาพสวย เนื้อเรื่องเข้าใจง่าย และมีประเด็นให้คิดตาม ผมขอให้คะแนนรวมหนังเรื่องนี้อยู่ที่ 7.9/10


6.4



