Ji Gong (2023) จี้กงยกกำลังสอง
6.7ภาพยนต์เรื่อง Ji Gong (2023) จี้กงยกกำลังสอง เป็นภาพยนตร์แนวแฟนตาซี แอ็กชัน คอมเมดี้จากประเทศจีน กำกับโดย กัว หย่าเผิง นำแสดงโดย ปาตู รับบทจี้กง และ เบนนี ชาน ร่วมแสดงในบทสำคัญ เรื่องราวเกิดขึ้นในช่วงเวลาที่จี้กงกำลังจะบรรลุเป็นพระอรหันต์ แต่เขากลับมองเห็นภัยร้ายที่กำลังคุกคามชาวบ้านในเมืองไป๋สุ่ย จึงยอมละทิ้งการบำเพ็ญเพียรชั่วคราวเพื่อออกมาช่วยเหลือผู้คน ระหว่างทางเขาได้พบกับชายคนหนึ่งที่แอบอ้างเป็นจี้กงและหลอกลวงชาวบ้านจนเกิดความวุ่นวาย การต่อสู้กับปีศาจและการช่วยเหลือผู้คนทำให้เกิดเรื่องราวสนุกสนานปนซาบซึ้ง
หนังเล่าเรื่องของจี้กงพระนักบวชผู้มีชื่อเสียงในตำนานจีนซึ่งมีนิสัยแปลกแตกต่างจากพระทั่วไปแม้จะดูเหมือนไม่เคร่งครัดในสายตาผู้อื่นแต่แท้จริงแล้วกลับมีจิตใจเมตตาและใช้พลังวิเศษช่วยเหลือผู้คน ในครั้งนี้จี้กงกำลังอยู่ในช่วงสำคัญของการบำเพ็ญเพียรเพื่อก้าวสู่ระดับที่สูงขึ้นทางธรรม แต่ขณะเดียวกัน เขากลับพบว่ามีภัยร้ายกำลังคุกคามชาวบ้านในเมืองแห่งหนึ่ง ทำให้เขาต้องละทิ้งเส้นทางการบรรลุธรรมชั่วคราวเพื่อออกมาช่วยเหลือผู้คน ระหว่างการเดินทางจี้กงได้พบกับชายลึกลับที่ปลอมตัวเป็นเขาและใช้ชื่อเสียงของจี้กงในการหลอกลวงชาวบ้านส่งผลให้เกิดความเข้าใจผิดและความวุ่นวายมากมาย จี้กงจึงต้องพิสูจน์ตัวเองค้นหาความจริงและต่อสู้กับเหล่าปีศาจที่อยู่เบื้องหลังเหตุการณ์ทั้งหมด การผจญภัยครั้งนี้เต็มไปด้วยฉากแอ็กชันเหนือธรรมชาติ อารมณ์ขัน และบทเรียนเกี่ยวกับความเมตตาความเสียสละและการทำความดีโดยไม่หวังผลตอบแทน จี้กงต้องใช้ทั้งปัญญาและพลังวิเศษเพื่อปกป้องผู้บริสุทธิ์ พร้อมค้นหาความหมายที่แท้จริงของการเป็นผู้บำเพ็ญธรรม
เรื่องนี้เป็นหนังที่ผสมหลายแนวเข้าด้วยกันทั้งแฟนตาซีแอ็กชันคอมเมดี้และดราม่า ทำให้บรรยากาศของเรื่องมีความหลากหลายมากกว่าหนังจีนแฟนตาซีทั่วไป ตัวละครจี้กงยังคงเอกลักษณ์ของพระผู้มีพฤติกรรมแปลกประหลาด แต่เต็มไปด้วยเมตตาและความตั้งใจในการช่วยเหลือผู้อื่น ซึ่งทำให้ตัวละครมีเสน่ห์และสร้างรอยยิ้มให้คนดูได้ตลอดเวลา นักแสดงที่รับบทจี้กงสามารถถ่ายทอดทั้งความตลก ความอบอุ่น และความจริงจังในช่วงสำคัญของเรื่องได้อย่างดี หลายฉากแม้จะดูขำขัน แต่ก็แฝงข้อคิดเกี่ยวกับชีวิตและการทำความดีเอาไว้ ทำให้ตัวละครไม่ได้เป็นเพียงตัวตลก แต่เป็นตัวละครที่มีมิติและมีพัฒนาการตลอดทั้งเรื่อง ด้านงานสร้างถือว่าทำออกมาได้น่าสนใจ โดยเฉพาะฉากแฟนตาซีและการต่อสู้กับปีศาจที่มีการใช้ CG เข้ามาช่วยค่อนข้างมาก เอฟเฟกต์ต่าง ๆ อาจไม่ได้อยู่ในระดับเดียวกับหนังฟอร์มยักษ์ของจีน แต่ก็ทำออกมาได้ดีพอที่จะสร้างความตื่นตาตื่นใจให้กับคนดู ฉากการใช้พลังวิเศษและการปรากฏตัวของสิ่งเหนือธรรมชาติช่วยเพิ่มความสนุกและทำให้โลกในเรื่องดูมีชีวิตชีวามากขึ้น หนังยังมีจังหวะการเล่าเรื่องที่ค่อนข้างรวดเร็ว ทำให้แทบไม่มีช่วงที่รู้สึกน่าเบื่อ ฉากตลกสลับกับฉากแอ็กชันและฉากดราม่าได้อย่างสมดุล หลังดูจบจะรู้สึกว่าเป็นหนังที่ให้ความบันเทิงครบทุกอารมณ์ ทั้งหัวเราะตื่นเต้นและซาบซึ้งในบางช่วงเหมาะสำหรับคนที่ชอบหนังจีนแนวแฟนตาซีที่ดูง่ายและมีข้อคิดสอดแทรกอยู่ตลอดเรื่อง โดยรวมแล้วคะแนนรีวิวหนังเรื่องนี้ขอให้ที่ 6.7 / 10 คะแนน


6.4



