96 Minutes (2025)
6.696 Minutes (2025) เป็นภาพยนตร์แนวแอ็กชัน ระทึกขวัญ และภัยพิบัติ กำกับโดย หงจื่อเซวียน (Hung Tzu-hsuan) นำแสดงโดย ออสติน หลิน (Austin Lin) รับบท ซ่งคังเหริน, วิเวียน ซ่ง (Vivian Sung) รับบท หวงซิน, หวังป๋อเจี๋ย (Wang Po-chieh) รับบท หลิวไค, และ หลี่หลี่เหริน (Lee Lee-zen) รับบท หลี่เจี๋ย หนังพาผู้ชมเข้าสู่เหตุการณ์ฉุกเฉินที่เกิดขึ้นบนรถไฟความเร็วสูงขบวนหนึ่ง ซึ่งเต็มไปด้วยผู้โดยสารจำนวนมาก โดยมีเวลาจำกัดเพียง 96 นาทีในการแก้ไขวิกฤตที่อาจนำไปสู่โศกนาฏกรรมครั้งใหญ่ ความน่าสนใจของเรื่องอยู่ที่การเล่าเหตุการณ์แบบแข่งกับเวลา ผสมผสานความกดดัน ความตื่นเต้น และการตัดสินใจที่ส่งผลต่อชีวิตของผู้คนจำนวนมาก
เรื่องราวสุดระทึกขวัญที่เกิดขึ้นบนรถไฟความเร็วสูงของไต้หวัน เมื่อจู่ ๆ รถไฟขบวนนี้กลับถูกขู่ขวางระเบิดโดยกลุ่มผู้ก่อการร้ายลึกลับที่มีการวางแผนมาอย่างเหนือชั้น ทำให้ผู้โดยสารนับร้อยชีวิตต้องตกอยู่ในภาวะจำยอมและเผชิญหน้ากับความตายที่กำลังนับถอยหลัง โดยเงื่อนไขสุดโหดคือต้องหาทางหยุดยั้งระเบิดและเอาชีวิตรอดออกไปจากขบวนรถไฟมรณะนี้ให้ได้ภายในเวลาจำกัดเพียงแค่ 96 นาทีเท่านั้น ซึ่งในสถานการณ์หน้าสิ่วหน้าขวานนี้ ตัวหนังจะโฟกัสไปที่กลุ่มตัวละครหลักอย่างโบฮงตํารวจหนุ่มฝีมือดีที่บังเอิญอยู่บนรถไฟขบวนนั้นพอดี ทำให้ต้องแบกรับหน้าที่ในการประสานงานและพยายามกู้สถานการณ์วิกฤตครั้งนี้อย่างสุดความสามารถ โดยต้องมาร่วมมือแบบเฉพาะกิจกับป๋อเจี๋ยชายหนุ่มลึกลับผู้มีท่าทางน่าสงสัยและอาจกุมความลับบางอย่างเกี่ยวกับเหตุการณ์วินาศกรรมในครั้งนี้เอาไว้ ทั้งคู่รวมถึงผู้โดยสารคนอื่น ๆ ต้องช่วยกันไขปริศนา หาตัวบงการที่ซ่อนตัวอยู่ และหาวิธีปลดชนวนระเบิดท่ามกลางความกดดันที่ทวีความรุนแรงขึ้นทุกนาที ในขณะที่รถไฟยังคงวิ่งฉลุยไปด้วยความเร็วสูงโดยไม่สามารถหยุดจอดได้ และเวลาก็เหลือน้อยลงไปเรื่อย ๆ ทุกที ท่ามกลางพื้นที่ปิดตายบนรถไฟความเร็วสูงที่ไม่มีทางหนี ทั้งโบฮงและป๋อเจี๋ยจะสามารถตามหาตัวคนร้ายที่แฝงตัวอยู่ได้ทันเวลาไหม ระเบิดเวลาที่ซ่อนอยู่จะถูกปลดชนวนได้สำเร็จก่อนที่เวลา 96 นาทีจะหมดลง หรือขบวนรถไฟนี้จะต้องกลายเป็นสุสานเผาทั้งเป็น ต้องไปลองติดตามและลุ้นระทึกต่อในเรื่อง
นี่คือหนังกู้ระเบิดบนรถไฟที่ทำออกมาได้ตื่นเต้นและกดดันดีมาก พลอตเรื่องเข้าใจง่ายตามสูตรสำเร็จของหนังแนววินาศกรรม แต่สิ่งที่น่าชื่นชมคือการบีบเค้นอารมณ์ด้วยเวลาที่จำกัด ทำให้คนดูรู้สึกอึดอัดและลุ้นตามอยู่ตลอดเวลา โบฮงแสดงบทแอ็กชันและถ่ายทอดความกดดันของตํารวจที่ต้องแบกชีวิตคนไว้ได้ดีมาก ดูเท่และพึ่งพาได้ ส่วนป๋อเจี๋ยก็เล่นได้นิ่งและน่าสงสัยชวนให้คอยจับผิดตลอดเรื่อง เคมีและการปะทะอารมณ์ของตัวละครทำออกมาได้น่าติดตาม ถ่ายทอดความแออัดและตึงเครียดภายในตู้นารถไฟออกมาได้ชัดเจน มุมกล้องมีการเคลื่อนไหวที่ฉับไวในฉากแอ็กชัน และใช้มุมกล้องระยะประชิดเพื่อจับความหวาดกลัวของผู้โดยสารได้อย่างมีมิติ ฉากรถไฟวิ่งผ่านเมืองทำได้ดูยิ่งใหญ่และสมจริง โทนสีของภาพมีความทันสมัย ออกแนวไซไฟนิด ๆ ด้วยสีอมน้ำเงินและเมทัลลิก ช่วยขับเน้นความรู้สึกเย็นชาและอันตรายของเทคโนโลยี งาน CG และเอฟเฟกต์ระเบิดรวมถึงการเคลื่อนไหวของรถไฟความเร็วสูงทำออกมาได้เนียนตาและดูน่ากลัว เสียงประกอบในเรื่องช่วยกระตุ้นความตื่นเต้นและสร้างความกดดันในจังหวะนับถอยหลังได้ยอดเยี่ยม ใครชอบหนังแนวระทึกขวัญเอาชีวิตรอดในพื้นที่จำกัด และชอบความตื่นเต้นแบบลุ้นระทึกนาทีต่อนาที เรื่องนี้ก็ตอบโจทย์และให้ความบันเทิงได้ดีเลยทีเดียว เราขอให้คะแนน 6.6/10


6.4



