My First of May (2025)
6.8My First of May (2025) เป็นภาพยนตร์ดราม่าครอบครัวจากฮ่องกง กำกับโดย James Hung ที่ถ่ายทอดเรื่องราวความสัมพันธ์ระหว่างพ่อและลูกสาวได้อย่างอบอุ่นและสะเทือนอารมณ์ นำแสดงโดย Aaron Kwok ในบท Tang Suk Yin, Natalie Hsu ในบท Tang Chi, Gigi Leung ในบท Elaine Yeung, และ Hee Ching Paw ในบท Suen Yau Mui ภาพยนตร์เรื่องนี้นำเสนอประเด็นเกี่ยวกับครอบครัว ความสูญเสีย ความหวัง และการเยียวยาบาดแผลในใจ ผ่านการเดินทางของคนเป็นพ่อที่ต้องกลับมาเรียนรู้ความหมายของคำว่าครอบครัวอีกครั้ง หลังจากหลีกหนีจากความเจ็บปวดมานานหลายปี
เรื่องราวเริ่มจากผู้หญิงคนหนึ่งที่ชื่อว่าจื่อเหว่ย เธอเป็นเวิร์กกิ้งวูแมนยุคใหม่ที่เก่งและสตรองมาก ทุ่มเทเวลาและพลังงานทั้งหมดให้กับการทำงานจนหลงลืมการดูแลหัวใจตัวเองไปซะสนิท ชีวิตของเธอหมุนไปตามตารางงานอันเร่งรีบในเมืองใหญ่ วัน ๆ มีแต่ตัวเลขและการประชุม จนกระทั่งวันหนึ่งในช่วงต้นเดือนพฤษภาคม โลกที่เคยราบเรียบและจืดชืดของเธอต้องสะดุดลงอย่างสิ้นเชิง เมื่อเธอได้บังเอิญพบกับหลิน เฟิง ซึ่งเป็นรักแรกในวัยเรียนที่เธอไม่เคยลืมเลือนไปจากใจ การกลับมาเจอกันในรอบหลายปีครั้งนี้คล้ายกับการปลุกความทรงจำเก่า ๆ บรรยากาศห้องเรียน โต๊ะไม้ และความรู้สึกอบอุ่นที่เคยซ่อนไว้ลึกที่สุดให้กลับมามีชีวิตชีวาและเต้นแรงอีกครั้ง เส้นทางความรักที่หวนคืนมาครั้งนี้ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบอย่างที่คิด เพราะตอนนี้ทั้งคู่ต่างเติบโตเป็นผู้ใหญ่ มีภาระหน้าที่ ความรับผิดชอบในหน้าที่การงานที่รัดตัว แถมยังมีบาดแผลรวมถึงปมความขัดแย้งจากอดีตในวันที่ต้องเลิกรากันไป ซึ่งสิ่งเหล่านั้นยังคงตามหลอกหลอนและกลายเป็นกำแพงชิ้นใหญ่ในการที่จะเริ่มต้นใหม่อีกครั้ง ลองคิดตามหากคนสองคนที่เคยเดินแยกย้ายกันไปเติบโตในโลกของตัวเองมานานจนทัศนคติและไลฟ์สไตล์ต่างกันไปหมดแล้ว จะสามารถปรับจูนสเปซของชีวิตให้กลับมาเข้ากันได้จริง ๆ ไหม บาดแผลเก่าและทิฐิในใจที่แต่ละคนสร้างขึ้นมาเพื่อปกป้องตัวเองจะถูกทำลายลงด้วยถ่านไฟเก่าก้อนนี้ หรือมันจะยิ่งตอกย้ำความเจ็บปวดให้มากกว่าเดิม ต้องไปตามดูต่อในเนื้อเรื่องเต็ม
พอดูจบแล้วบอกได้คำเดียวว่าหน่วงใจและอบอุ่นไปพร้อม ๆ กัน เนื้อเรื่องมีความละเมียดละไม พล็อตเรื่องสะท้อนมุมมองความรักของผู้ใหญ่ได้ดีมาก ชวนให้ติดตามลุ้นไปกับความสัมพันธ์ช็อตต่อช็อต จื่อเหว่ย ถ่ายทอดความสับสน ความลังเล และความอ่อนไหวของผู้หญิงบ้างานได้อย่างสมจริง ดูแล้วอินตามในความอึดอัดของการเลือกดนตรีระหว่างหน้าที่กับหัวใจ ส่วน หลิน เฟิง ก็เล่นได้อบอุ่นแต่แฝงไปด้วยความเศร้าจนเราสัมผัสได้ถึงความพยายามที่จะรักษารักครั้งนี้เอาไว้ เคมีของทั้งคู่เข้ากันดีมาก ถือเป็นงานที่ทำออกมาได้น่าติดตามและทำให้คนดูอย่างเราพลอยได้ย้อนกลับมามองรักแรกของตัวเองไปด้วย ตรงนี้ถือว่ายอดเยี่ยมมาก ๆ งานภาพและโปรดักชันคือทีเด็ด! การเลือกใช้มุมกล้องแบบโปร่งและทิ้งสเปซข้างตัวละครมันทำให้เรารู้สึกถึงความอ้างว้างและความคิดถึงที่อบอวลอยู่ในอากาศ โทนสีจะออกแนวอบอุ่นละมุนตา ละม้ายคล้ายกับแสงแดดอ่อน ๆ ในช่วงเปลี่ยนผ่านฤดู ขับเน้นบรรยากาศความโรแมนติกแบบเหงา ๆ ได้แบบไร้ที่ติ ซาวด์เอฟเฟกต์และดนตรีประกอบใช้เสียงเปียโนและอะคูสติกเบา ๆ คลอไปตลอดเรื่อง ช่วยเติมเต็มความรู้สึกซาบซึ้งและดึงอารมณ์ดรามาให้ดิ่งลึกยิ่งขึ้น ถือเป็นงานศิลปะสายโรแมนติกดรามาที่ทำถึงมาก เหมาะกับใครที่ชอบแนวอบอุ่น หัวใจพองโต ซับซ้อนในความรู้สึก มีเรื่องของกาลเวลาและความทรงจำเข้ามาเกี่ยวข้อง ไม่ควรพลาดเลย เราขอให้คะแนน 7.8/10


6.4



